รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาในโรงพยาบาลศรีสะเกษ
Medication Errors in Srisaket Hospital
ชื่อนิสิต สัมมนา มูลสาร
Summana Moolasarn
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ อภิฤดี เหมะจุฑา
Asst.Prof. Apirudee Hemachuda
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok. (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. เภสัชศาสตร์ (เภสัชกรรม)
Master. Science in Pharmacy (Pharmacy)
ปีที่จบการศึกษา 2536
บทคัดย่อ(ไทย) ความคลาดเคลื่อนในการใช้ยา เป็นปัญหาที่สำคัญในขบวนการใช้ยาและเป็นสิ่งชี้ให้เห็นถึงการประกันคุณภาพการรักษาพยาบาลที่ไม่เพียงพอระบบยูนิตโค๊สได้รับการออกแบบ และยอมรับกันว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะข้อบกพร่องของขบวนการใช้ยานี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อประเมินถึงลักษณะและสาเหตุที่ก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการใช้ยาในหอผู้ป่วย 8 หอ ของโรงพยาบาลศรีสะเกษโดยจะเป็นหอที่ใช้ระบบการกระจายยาแบบเดิม 4 หอ ระบบยูนิตโค๊ส4 หอ ในระหว่างเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2536 การศึกษาได้ทำการสำรวจขบวนการใช้ยา 3 ขั้นตอนคือการสั่งใช้ยา,การจ่ายยา และการบริหารยา จากการรวบรวมข้อมูลการสั่งใช้ยาจากใบสั่งยาทุกใบ ขั้นตอนปกติของการจ่ายยาในระยะเวลา 1 เดือน พบว่า มีการคลาดเคลื่อนในการสั่งใช้ยา 176 ครั้ง จากขนานยาทั้งหมด 6,452 ขนาน(2.7%) อย่างไรก็ตาม ความคลาดเคลื่อนทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นความคลาดเคลื่อนที่จะมีอันตรายที่ร้ายแรงต่อผู้ป่วย ความถี่ในการเกิดความคลาดเคลื่อนในการจ่ายยา พบว่า มีความถี่ใกล้เคียงกันระหว่างระบบเดิม (48/1922;2.5%) และระบบยูนิตโค๊ส (295/9977;2.95%) ความคลาดเคลื่อนในการจ่ายยา ที่พบมากที่สุด 3 ลำดับแรกในระบบเดิมคือ other error (19/0.90%), omission error(13/0.68%) wrong dose error (8/0.42%) ขณะที่ในระบบยูนิตโค๊สจะเป็น other error (66/0.77%), wrong dose (65/0.65%)unordered drug error (64/0.64%) ซึ่งคลาดเคลื่อนที่พบทั้งหมดนี้จะได้รับการแก้ไขที่กลุ่มงานเภสัชกรรม สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการจ่ายยา คือ ความผิพลาดส่วนบุคคล ระบบงานที่ไม่เหมาะสมและปริมาณงานที่มากเกินไป พบความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา 437 ครั้ง( 11.78%) และ629 ครั้ง (16.74%) ในระบบเดิมและระบบยูนิตโค๊สตามลำดับ ประเภทความคลาดเคลื่อนที่พบมากที่สุดในระบบเดิมจะเป็น wrong dose (234/6.31%) omission (123/3.31%) unordered drug error (46/1.24%) สาเหตุที่ก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในระบบนี้คือ การขาดความรู้ความผิดพลาดส่วนบุคคลและการจัดยาผิด ขณะที่ในระบบยูนิตโค๊ส ประเภทความคลาดเคลื่อนที่พบมากที่สุดตามลำดับ คือ wrong time (415/11.05%) omission (91/2.42%) และ wrong dose error (46/1.22%) สาเหตุส่วนใหญ่ที่ก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนคือ ระบบงานที่ไม่เหมาะสม ความผิดพลาดส่วนบุคคล และการเตรียม Kardex ผิด แม้ว่าการศึกษาครั้งนี้จะพบว่า ระบบยูนิตโค๊สยังมีประสิทธิภาพในการลดความคลาดเคลื่อนในการบริหารยาไม่ได้ดีเท่าที่ควร เมื่อพิจารณาเฉพาะความถี่ของความคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่ได้นำความคลาดเคลื่อนประเภท wrong time error ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนที่ไม่สำคัญเมื่อเทียบกับความคลาดเคลื่อนประเภทอื่นๆ มาร่วมพิจารณาด้วย จะเห็นว่าระบบยูนิตโค๊สจะเหนือกว่าระบบเดิมในการลดความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ ควรมีการพัฒนาระบบยูนิตโด๊สอีกต่อไป
บทคัดย่อ(English) Medication error is the leading problem in drug use processand reflect inadequate quanlity assurance of the system. Unitdose system has been designed and accepted as the most effectivemethod to overcome this defect. The objectives of this study were to determine the patternsand causes of the medication errors in 8 different wards usingtraditional (4 wards) and unit dose (4 wards) drug distributionsystems at Srisaket Hospital between June to December 1993. Three steps in drug process (prescribing,dispensing andadministering) was evaluated.Data in the first step was collectedthrough the routine dispensing process inspection of allprescription for 1 month and 176 of 6,452 items (2.7 %) werefound to be prescribing errors. However,these were judged asnon-serious errors. Frequency Of dispensing errors were comparable intraditional(48/ 1922;2.5%) and unit dose system (295/9977;2.95%). In traditional system, other error(19/0.99%),omission(13/0.68%) and wrong dose(S/0.42%) were leading types of errors.In unitdose system,other error (66/0.77 %),wrong dose (65/0.65%) andunordered drug error(64/0.64%) were top three types of errors.All errors found in this step were automatically corrected at thepharmacy. Three major causes of dispensing error were personnelerror,inappropriated system and excessive workload. Assessment of drug administration error revealed 437 (11.78%) and 629 (16.74 %) in traditional and unit dose systemsrespectively. Three major causes of administration error werepersonnel error,lack of knowledge and drug preparation error.Errors in wrong dose (234/6.31 %),omission (123/3.31 %) andunordered (46/1.24%) were most commonly found in the traditionalsystem. Wrong time (415/11.05 %),omission (91/2.42 %) and wrongdose error (46/1.22%) were commonly found in order of frequencyin unit dose system. Three major causes of the error wereinappropriated system,personnel error and error in Kardexpreparation. Although unit dose system in this study was found not to beeffective as expected when only frequency of errors wereconsidered. However,when wrong time error which is not a seriousproblem as compared to others was excluded. Unit dose systemremained superior to the conventional one.Further modification inunit dose system has to be done to improve its efficiency.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 211 P.
ISBN 974-584-469-1
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ MEDICATION ERRORS, DRUG DISTRIBUTION SYSTEM SRISAKET, HOSPITAL
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.