รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การเตรียมเยือแผ่นชนิดชอบน้ำจากน้ำยางธรรมชาติ
PRE PARATION OF HYDROPHILIC MEMBRANE FROM NATURAL RUBBER LATEX
ชื่อนิสิต ทรงศักดิ์ กล่ำคลัง
Songsak Klamklang
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ดร ขันทอง สุนทราภา
Khantong Soontarapa D ENG
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (เคมีเทคนิค)
Master. Science (Chemical Technology)
ปีที่จบการศึกษา 2543
บทคัดย่อ(ไทย) เพื่อปรับปรุงและควบคุมสมบัติความชอบน้ำของพอลิเมอร์ในน้ำยางธรรมชาติวิทยานิพนธ์นี้จึงเสนอเทคนิคการผสมพอลิอะครีลาไมด์และอนุพันธ์ไคโตแซนฟาทาเลทซึ่งเป็นพอลิเมอร์ที่มีสมบัติชอบน้ำเข้ากับน้ำยางธรรมชาติเพื่อควบคุมสมบัติความชอบน้ำของน้ำยางธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่ต้องการ โดยการผสมทางกลการสังเคราะห์โครงร่างแหพอลิเมอร์กึ่งอินเตอร์พินิเตรติงโดยน้ำยางเกิดโครงร่างตาข่าย การสังเคราะห์โครงร่างแหพอลิเมอรกึ่งอินเตอร์พินิเตรติงโดยพอลิเมอร์รองเกิดโครงร่างตาข่าและการสังเคราะห์โครงร่างแหพอลิเมอร์อินเตอร์พินิเตรติง ระหว่างน้ำยางธรรมชาติกับพอลิเมอร์ทั้งสอง โดยเฉพาะสำหรับการแยกสารผสมอะซีโอโทรบของน้ำ โดยวิทยานิพนธ์นี้เลือกใช้สารผสมอะซีโทรบของเอธานอลและน้ำ(เอธานอลร้อยละ 95 โดยปริมาตร) วิทยานิพนธ์นี้แปรผันสัดส่วนร้อยละของพอลิอะครีลาไมด์หรือไคโตแซนฟาทาเลทในเยื่อแผ่นเท่ากับ 20, 40 และ 60 ส่วน แปรผันปริมาณสารเชื่อมโยงเอธิลีนไกลคอลไดเมธาครีเลตในร่างแหพอลิอะครีลาไมด์ร้อยละ0, 1, 4 และ 7 โดยน้ำหนักหรือแปรผันเวลาของการแช่เยื่อแผ่นในสารละลายกรดซัลฟุริกในเมธานอลเป็น 0, 8, 16 และ 24 ชั่วโมง ในกรณีของเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-ไคโตแซนฟาทาเลทจากการทดสอบเยื่อแผ่นจากการผสมทางกล จากการสังเคราะห์โครงร่างแหพอลิเมอร์กึ่งอินเตอร์พินิเตรติงโดยน้ำยางเกิดโครงร่างตาข่ายจากการสังเคราะห์โครงร่างแหพิลิเมอร์กึ่งอินเตอร์พินิเตรติงโดยพอลิเมอร์รองเกิดโครงร่างตาข่ายและจากการสังเคราะห์ร่างแหพอลิเมอร์อินเตอร์พินิเตรติง พบว่า เยื่อแผ่นทนแรงดึงได้อยู่ในช่วง 4.2-26.4, 13.3-36, 4.6-42 และ 13.5-24.1นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร ตามลำดับ สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-พอลิอะครีลาไมด์และ 0.6-3.2, 0.8-4.3, 0.8-11.2 และ 0.3-7.9 นิวตันต่อตารางมิลลิเมตรตามลำดับ สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-ไคโตแซนฟาทาเลท เยื่อแผ่นมีค่าการดูดซับรวม 0.038-0.061, 0.027-0.042, 0.018-0.43 และ 0.021-0.035 กรัมต่อกรัมของเยื่อแผ่นแห้ง สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-พอลิอะครีลาไมด์และเท่ากับ0.058-0.080, 0.028-0.116, 0.030-0.071 และ 0.023-0.067 กรัมต่อกรัมของเยื่อแผ่นแห้ง สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-ไคโตแซนฟาทาเลท ค่าการเลือกดูดซับน้ำเท่ากับ 73-926, 779-1348, 720-1808 และ 955-2481 สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-พอลิอะครีลาไมด์และ 17-612, 89-639, 34-1532 และ 238-3044สำหรับเยื่อแผ่นน้ำยางธรรมชาติ-ไคโตแซนฟาทาเลท เยื่อแผ่นแสดงแนวโน้มความชอบน้ำสูงขึ้นเมื่อปริมาณพอลิอะครีลาไมด์หรือไคโตแซนฟาทาเลทและความหนาแน่นของโครงร่างตาข่ายเพิ่มขึ้น วิทยานิพนธ์นี้สามารถเตรียมเยื่อแผ่นขึ้นเองจากวัตถุดิบภายในประเทศและสามารถปรับปรุงสมบัติของเยื่อแผ่นให้ได้ตามที่ต้องการ โดยเยื่อแผ่นที่เหมาะสมจะนำไปใช้ในกระบวนการเพอร์แวปเพอเรชันเพื่อดึงน้ำออกจากสารละลายอะซีโอโทรบของเอธานอลให้ได้ความบริสุทธิ์มากกว่าร้อยละ 99.5 คือ เยื่อแผ่นที่เตรียมโดยเทคนิคการสังเคราะห์ร่างแหพอลิเมอร์อินเตอร์พิเตรติงจากน้ำยางพรีวัลคาไนซ์-พอลิอะครีลาไมด์ที่อัตราส่วนน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ต่อพอลิอะครีลาไมด์เท่ากับ 60 ต่อ 40 มีปริมาณเอธีลีนไกลคอลไดเมธาครีเลตร้อยละ 1โดยน้ำหนักในร่างแหพอลิอะครีลาไมด์และน้ำยางพรีวัลคาไนซ์-ไคโตแซนฟาทาเลทที่อัตราส่วนน้ำยางพรีวัลคาไนซ์ต่อไคโตแซนฟาทาเลทเท่ากับ 60 ต่อ 40โดยใช้เวลาแช่เยื่อแผ่นในสารละลายกรดซัลฟุริกในเมธานอลเท่ากับ 16 ชั่วโมง
บทคัดย่อ(English) To improve and control the hydrophilic property of natural rubberlatex (NR) as base polymer within the desired range, blending techniques ofpolyacrylamide (PAM) or phthalated chitosan (PhChi) as secondary polymerinto latex structure were studied. Mechanical blending (MB),semi-interpenetrating polymer networks (semi-IPNs) either to base polymeror secondary polymer and interpenetrating polymer networks (IPNs) wereproposed especially for the application with aqueous azeotrope solution.Aqueous azeotrope solution of ethanol (95% by volume of ethanol) was usedas model solution in this thesis. The PAM and PhChi content in membranewere varied as 20, 40 and 60 %. Ethylene glycol dimethacrylate (EGDM) usedas crosslinking agent for PAM were varied as 0, 1, 4 and 7 %wt. Sulfuric inmethanol solution was used as crosslinking agent for PhChi membrane and thecrosslink density was varied by varying immersing time 0, 8, 16 and 24 hr.The tensile strength for MB, semi-IPN toward NR networks, semi-IPN towardsecondary polymer networks and IPN membrane were 4.2-26.4, 13.3-36, 4.6-42and 13.5-24.1 N/mm('2) for NR-PAM membrane and 0.6-3.2, 0.8-4.3, 0.8-11.2 and0.3-7.9 N/mm('2), for NR Ph Chi membrane, respectively. The total sorptionswere 0.038-0.061, 0.027-0.042, 0.018-0.043 and 0.021-0.035 g/g of driedmembrane for NR-PAM membrane and 0.058-0.080, 0.028-0.116, 0.030-0.071 and0.023-0.067 g/g of dried membrane for NR-PhChi membrane, respectively.Water sorption selectivity were 73-926, 779-1348, 720-1808 and 955-2481 forNR-PAM membrane and 17-612, 89-639, 34-1532 and 238-3044 for NR-PhChimembrane, respectively. The membrane presented the increasing trend ofhydrophilic properties according to the PAM or PhChi content in membraneand according to the crosslink density. The membrane with desired properties can be prepared with domesticmaterial. The potential membrane utilized for pervaporation of aqueousazeotrope of ethanol solution to be more than 99.5 percent by volume puritywas IPNs type from prevulcanized NR-PAM with 60/40 ratio and 1 % EGDMcontent and prevulcanized NR-PhChi with 60/40 ratio and 16 hr crosslinkingtime.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 132 P.
ISBN 974-346-650-9
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ HYDROPHILIC MEMBRANE, NATURAL RUBBER LATEX, POLYACRYLAMIDE, PHTHALATEDCHITOSAN, WATER SORPTION SELECTIVITY
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.