รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาของโรงเรียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล: การศึกษาเชิงปริมาณและคุณภาพ
SUCCESS OF COMMUNITY PARTICIPATION IN EDUCATIONAL MANANGMENT OF SCHOOLS IN BANGKOK METROPOLISAND PERIMETER: QUANTITATIVE AND QUALITATIVE STUDIES.
ชื่อนิสิต พิกุล กันทะวัง
Pikoon Kantawang
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร. สุชาดา บวรกิติวงศ์
Asst.Prof. Suchada Bowarnkitiwong, Ph.D.
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์ (วิจัยการศึกษา)
Master. Education (Educational Research)
ปีที่จบการศึกษา 2547
บทคัดย่อ(ไทย) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา และเพื่อนำเสนอแนวทางการปฏิบัติในการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ สถานศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 300 โรงเรียน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น ผู้ให้ข้อมูลในแต่ละโรงเรียน คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมลิสเรล 2) การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสัมภาษณ์กรณีศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ~bผลการวิจัย~b 1. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสองของโมเดลการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ((+,c)('2) = 32.50,p = 0.59, GFI = 0.997, AGFI = 0.990) น้ำหนักองค์ประกอบทั้ง 15 ตัวแปร มีค่าเป็นบวกมีขนาดตั้งแต่ 0.713-0.918 และค่าน้ำหนักองค์ประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทั้ง4 ด้าน มีค่าเป็นบวก โดยองค์ประกอบที่มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากที่สุด คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษาด้านบุคลากร เท่ากับ 0.982 และสามารถอธิบายความผันแปรที่เกิดในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา ร้อยละ 98 2. โมเดลความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ((+,c)('2) = 4.874, p = 0.962, GFI = 0.999,AGFI = 0.997) เมื่อพิจารณาน้ำหนักองค์ประกอบทั้งหมดมีค่าเป็นบวกมีขนาดตั้งแต่ 0.672-0.818โดยตัวแปรที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือ โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมเสริมนอกห้องเรียน มีน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.818 และสามารถอธิบายความผันแปรที่เกิดในความสำเร็จการของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา ร้อยละ 67 3. เมื่อพิจารณาอิทธิพลที่ส่งผลต่อตัวแปรความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา พบว่า ตัวแปรความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา ได้รับอิทธิพลทางตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตัวแปรการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา โดยมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.675 4. แนวทางปฏิบัติในการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ได้แก่ ทำให้ชุมชนรู้จักโรงเรียนมากที่สุด โรงเรียนยินดีที่จะให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษายอมรับฟังความคิดเห็น และพยายามจัดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้มากที่สุดนอกจากนี้การนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาต้องพิจารณาถึงลักษณะกิจกรรมการมีส่วนร่วม และบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยในแต่ละกิจกรรมการมีส่วนร่วมกลุ่มคนและวิธีการจะแตกต่างกันออกไป
บทคัดย่อ(English) This research purposes were to study the component of community participation in educationalmanagement, to study factors affecting success of community participation in educationalmanagement, and to present the practicum guidelines of community participation in educationalmanagement. The participants were 300 schools in Bangkok metropolis and perimeter usingstratified random sampling. Participants consisted of school directors, teachers, schoolcommittee, and parents. Data collection were 2 stages, the first stage was a quantitative datacollected by using questionnaires. The research data in this stage were analyzed by employingLISREL program. The second stage was qualitative data collected by case study interview. Theresearch data in this stage were analyzed' by employing content analysis. The research results were as follows: 1. The results from Second Order Confirmatory Factor Analysis of the community participation ineducational management model were found that the model was fit with empirical data (+,c)('2) =32.50, p 0.59, GFI = 0.997, AGFI = 0.990). The first order resulted that 15 factor loadingswere positive, in the range of 0.713-0.918. The second order resulted that the most importantfactor loading was Personal variable, with factor loading of 0.982 and accounted for 98% ofvariance in component of community participation in educational management. 2. The results from success of community participation in educational management model wasfound that model was fit with empirical data ((+,c)('2) = 4.874, p = 0.962, GFI = 0.999, AGFI =0.997). The factor loadings of all variables were positive, in the range of 0.672-0.818 at .01statistical significant. The most important factor loading was extra activities out classroom,with factor loading of 0.818 and accounted for 67% of variance in success of communityparticipation in educational management. 3. Effects of variables on success of community participation in educational management werebound that there uses indirect effect at .01 statistical significant from communityparticipation in educational management variable, the positive indirect effect was 0.673. 4. Practicum guidelines of community participation in educational management were madecommunity know schools more, beside this allow the schools had participation in educationalmanagement with pleasures, listened to the opinions, and attempted to allow schools hadparticipation in educational management. In addition, community participation in educationalmanagement must considered the characteristics of activities of participation and personalparticipation in each activities of community participation, persons and methods weredifferent.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 212 P.
ISBN 974-53-2134-6
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ SUCCESS OF COMMUNITY PARTICIPATION, EDUCATIONAL MANANGMENT
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.