รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ วัฒนธรรมการบรรเลงฆ้องวงเล็ก
THE STUDY OF THE PERFORMING CULTURE OF KHONG WONG LEK
ชื่อนิสิต วิทยา ศรีผ่อง
Vittaya Sripong
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ พิชิต ชัยเสรีอ ฉลาก โพธิ์สามต้น
Asst Prof Pichit ChaisareeChalak Posamton
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok. (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิศวกรรมศาสตร์ (การจัดการทางวิศวกรรม)
Master. Engineering (Engineering Management)
ปีที่จบการศึกษา 2541
บทคัดย่อ(ไทย) ฆ้องวงเล็กเป็นผลผลิตจากความคิดของบรรพบุรุษไทย ที่ถ่ายทอดในอนุชนรุ่นต่อมาได้ใช้ประโยชน์ มีวิวัฒนาการและพัฒนาต่อเนื่องจนเป็นวัฒนธรรมประจำชาติแขนงหนึ่งพบว่าเริ่มสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จัดเป็นเครื่องดนตรีประเภทดำเนินทำนองที่ทำมาจากโลหะ มีวิวัฒนาการโดยอาศัยโครงสร้างมาจากฆ้องวงใหญ่แต่แตกต่างกันที่ขนาดซึ่งจะเล็กกว่าและมีจำนวนของลูกฆ้องมากกว่า ทำให้เกิดเสียงด้วยการตีโดยใช้ไม้ 2 ชนิด คือ ไม้นวม และไม้หนัง มีบทบาทหน้าที่และวิธีบรรเลงคือบรรเลงร่วมไปกับวงดนตรีและทำหน้าที่คอยเป็นผู้ช่วยให้กับระนาดเอกและฆ้องวงใหญ่ใช้วิธีการบรรเลงโดยการแบ่งมือให้มีความสมดุล และเท่าๆ กัน ประกอบกับใช้กลวิธีพิเศษได้หลายชนิด เช่น กรอด กรุบ ปริบ โปรย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการบรรเลงเพิ่มมากขึ้น จากการวิจัยพบว่าฆ้องวงเล็กมีระเบียบวิธีการแปรทำนองโดยมีหลักให้แปรทำนองโดยใช้การตีเก็บในลักษณะสับ-ซอย และสะบัด ขยี้ เป็นบรรทัดฐานในการสร้างทางของตนเอง การแปรทำนองสำนวนวรรคถามและวรรคตอบต้องเป็นชนิดเดียวกัน สามารถใช้การแปรทำนองแบบขึ้นสุดลงสุด หรือแบบเกาะเกี่ยวไปกับเนื้อทำนองหลัก หรือแบบอิสระตามความเหมาะสมของประเภทเพลง ส่วนวิธีในการแปรทำนองของฆ้องวงเล็กพบว่ามีขอบเขตให้แปรทำนอง 1 วรรคต่อ 1 สำนวนกลอน การผูกกลอนในแต่ละวรรคใช้สำนวนกลอนผูกขึ้น สำนวนกลอนผูกลง หรือสำนวนกลอนผูกขึ้นและผูกลง ตามโอกาสและความเหมาะสมกับทำนองของเนื้อทำนองหลักเป็นสำคัญ
บทคัดย่อ(English) The Performing Culture of Khong Wong Lek was produced from the Thai Ancestor'sconception which given to the new generation for advantage . There has been changedand developed to continue until to be a national culture . It is found that beginningto build during Rama 3 of Ratanakosin as a melodic instrument in which is made ofmetal . It has been changed under Khong Wong Yai ' s structure . It is different fromits dimension which will be smaller and more Khongs and caused the strike ' s soundwith 2 kinds of hard and soft mallet provided the role and produced music withassisted the Ranad - Ek and Khong Wong Yai . The use of producing music divided thehand to equilibrium and equally with a strategy in variety of skill such as theGrod,Grup, Prip and Proey for more pleasure. It is found that Khong Wong Lek follows up its procedure of melodyinterpretation in Sub - Soi and Sabud - Kayee as self performative criteria . Theantecedent and consequence must be the same category and abled to interpret a mannerup and down or complied with a main context or independent with regard to itsappropriation of the song . Whereas, the method in interpretating a melody of theKhong Wong Lek is found that it has a limitation manner phrase per phrase of itsusage with upward, downward and fluctuation as to the opportunity and consistencywith a main melody.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 202 P.
ISBN 974-637-802-3
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ THE PERFORMING CULTURE OF KHONG WONG LEK
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.