รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ความไม่มีเสถียรภาพของการส่งออกและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา
EXPORT INSTABILITY AND ECONOMIC GROWTH OF DEVELOPING COUNTRIES
ชื่อนิสิต เปรมจิตต์ ศิริรังสรรค์กุล
Pramjit Sirirangsonkul
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา รศ ดร สมชาย รัตนโกมุท
Asso Prof Somchai Ratanakomut
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok. (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. เศรษฐศาสตร์ (เศรษฐศาสตร์)
Master. Economics (Economics)
ปีที่จบการศึกษา 2544
บทคัดย่อ(ไทย) การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความไม่มีเสถียรภาพของรายรับจากการส่งออกและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยวิธีการประมาณค่าสมการถดถอยและ Autoregressive Heteroscadasticity Conditional Model (ARCH Model)โดยใช้ข้อมูลแบบ pooling data ของ 24 ประเทศกำลังพัฒนา ระหว่าง พ.ศ. 2533-2543การศึกษานี้พบว่าประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเปิดประเทศอย่างสูงจำนวน 13 ประเทศที่ทดสอบมีสมการแนวโน้มที่แสดงความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามระหว่างสองตัวแปรขณะที่ประเทศกลุ่มตัวอย่างที่มีอัตราการเปิดประเทศต่ำจำนวน 11 ประเทศมีความสัมพันธ์ในทางบวก ดังนั้น สำหรับประเทศกำลังพัฒนาหากยิ่งมีการเปิดประเทศมากขึ้นเท่าใด ยิ่งได้รับผลกระทบจากความไม่มีเสถียรภาพของการส่งออกมากขึ้นเท่านั้นในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่ามีอัตราการเปิดประเทศสูงหรือต่ำไม่ได้รับผลกระทบจากความไม่มีเสถียรภาพของการส่งออก ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นไปตามสมมติฐานที่เชื่อว่าความไม่แน่นอนของรายรับจากการส่งออก จะทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง และเป็นอุปสรรคต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในระยะยาว นอกจากนี้ยังสรุปได้ว่าข้อผูกพันขององค์กรระหว่างประเทศและงานศึกษาเชิงประจักษ์ของนักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน สนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนาคิดหาวิธีป้องกันผลกระทบของความไม่มีเสถียรภาพของการส่งออกต่อการดำเนินกิจกรรมภายในประเทศมากกว่าการปิดประเทศ เพื่อลดความยากจน เพิ่มอัตราการเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต ประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นต้องมีการรื้อฟื้นความร่วมมือระหว่างประเทศขึ้นใหม่ภายในกลุ่มของผู้ผลิตด้วยกัน
บทคัดย่อ(English) This study regressed export instability on economic growth ofdeveloping counties with ARCH Model and available pooling data of 24developing countries in the period of 1990-2000, and found that exportinstability and economic growth of the 13 developing countries withhigh-openness rate had a negative relationship. While it was positive for11 developing countries with lower-openness rate. This results implied thatthe developing countries have suffered from export instability according totheir sizes of international activities they involved. During the sameperiod, it was found that the sampling of 14 developed countries were notaffected by their instabilities irrespective with their openness. Theresults corresponded with traditional hypothesis on the adverse effects ofexport earnings fluctuation in the developing countries. As a result, thesedeveloping countries could not properly plan their additional investment ornew projects. This would obstruct their growth in the long run. Nevertheless, many international agreements and various empiricalstudies of the new growth theorists support the idea that a developingcountry should prevent herself from these effects rather than cuttingherself out of the international trade. In order to reduce poverty, sustaingrowth and development, there should be an increase in cooperation amongproducing countries.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 149 P.
ISBN 974-03-1159-8
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ EXPORT INSTABILITY, ECONOMIC GROWTH, DEVELOPING COUNTRIES, EXPORTFLUCTUATION, TRADITIONAL APPROACH
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.