| รายละเอียดวิทยานิพนธ์ | |
| ชื่อวิทยานิพนธ์ | การวิเคราะห์สารจากตัวตลกหนังตะลุง CONTENT ANALYSIS OF TA-LUNG'S CLOWNS |
| ชื่อนิสิต | คนางค์ บุญทิพย์ Kanang Boontip |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา | ศ ดร สุรพล วิรุฬห์รักษ์ Prof Surapone Virulrak Ph D |
| ชื่อสถาบัน | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา | วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. นิเทศศาสตร์ (วาทวิทยา) Master. Communication Arts (Speech Communication) |
| ปีที่จบการศึกษา | 2545 |
| บทคัดย่อ(ไทย) | การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบสหวิธี (Multiple Methodology) ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation) การวิจัยเอกสาร (DocumentaryResearch) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เพื่อวิเคราะห์บทบาทของตัวตลกหนังตะลุงที่แสดงออกมาทางวัจนสารและอวัจนสาร และศึกษาถึงผลการรับรู้ของผู้ชมที่มีต่อวัจนสารและอวัจนสารที่รับจากตัวตลกหนังตะลุง ผลการวิจัยพบว่า 1.การแสดงของตัวตลกหนังตะลุงเป็นการสืบทอดทางวัฒนธรรมและเป็นสื่อสารการแสดงในรูปแบบของการสื่อสารระหว่างบุคคล 2.ตัวตลกหนังตะลุงมีหน้าที่ให้ความบันเทิงเป็นหลักและสอดแทรกสาระเป็นบทบาทรอง 3.สาระที่ตัวตลกแสดงออกมาทางวัจนสารประกอบด้วยการให้ความรู้พื้นฐานในการดำเนินชีวิต การอบรมสั่งสอนทางจริยธรรมและการวิพากษ์วิจารณ์สังคม วัจนสารของตัวตลกจะต้องถูกสอดแทรกอย่างเหมาะสมกับความบันเทิงเพื่อนำผู้ชมไปสู่ความสนุกสนานซึ่งเป็นจุดหมายหลักของสื่อสารการแสดงหนังตะลุง 4.อวัจนสารของตัวตลกแสดงลักษณะที่สอดสัมพันธ์กับชาวบ้านในสังคมภาคใต้ส่วนใหญ่และก่อให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันกับตัวตลกหนังตะลุง บุคลิกเฉพาะของตัวตลกแต่ละตัว อารมณ์และการเคลื่อนไหวท่าทางที่สอดรับกับวัจนสารสามารถเสริมวัจนสารและทำให้สื่อสารการแสดงของตัวตลกให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างทางความประพฤติได้นอกจากนี้ความเป็นตัวตลกยังทำให้ผู้ชมพร้อมที่จะรับความบันเทิงและการแต่งเสริมเกินจริงก็นำไปสู่ความขบขัน 5.ผู้ชมต้องการที่จะรับรู้เพียงบทบาทหลักคือความบันเทิงจากตัวตลกและไม่ได้นำสาระของตัวตลกหนังตะลุงไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากนัก |
| บทคัดย่อ(English) | This qualitative study employed several research methodologies, whichare ; content analysis, non-participant observation, documentary analysisand in-depth interviews. The purposes of the research are to study verbaland non-verbal communicative roles of Ta-Lung's clowns, and to investigatethe audience's perception of those verbal and non-verbal messages. Results of the research are : 1. Ta-Lung's clowns' Play represents one type of culturalcommunication and presents the interpersonal communication. 2. Ta-Lung's clowns' Play is to entertain more than to bring anessential message. 3. Ta-Lung's clowns' messages give basic knowledge for living,ethical values, and social critiques. The clowns' verbal messages suitablyentertain the audience. 4. Ta-Lung's clowns' non-verbal message is a supportive role to thescript. The clowns' appearance is similar to most of the characteristics ofthe southern folkway. The similarity of the Ta-Lung's clowns' physicalappearances to the folk people make them one with their audience, theirexaggerated physical appearance creates laughter. Moreover, each clowncharacter and movement also support the verbal message. 5. The audience perceive mostly the entertaining function and theyare not able to apply the essential messages from Ta-Lung's clowns tobenefit their life. |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ | |
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ | 156 P. |
| ISBN | 974-17-2096-3 |
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ | |
| คำสำคัญ | CONTENT ANALYSIS, TA-LUNG'S CLOWNS, TRADITIONAL MEDIA |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|

