รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ผลกระทบของมาตรการช่องทางพิเศษและการควบคุมทางเข้าต่อการจราจรบนระบบทางพิเศษในกรุงเทพมหานคร
IMPACT OF HIGH OCCUPANCY VEHICLE LANE AND RAMP METERING STRATEGIES ON TRAFFICFLOW ON BANGKOK EXPRESSWAY SYSTEM.
ชื่อนิสิต วิจิตรา วัชสังค์
Wichitra Watchasang
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ดร. เกษม ชูจารุกุล
Dr. Kasem Choocharuku
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมโยธา)
Master. Engineering (Civil Engineering)
ปีที่จบการศึกษา 2548
บทคัดย่อ(ไทย) ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนของวัน ความต้องการในการเดินทางบนระบบทางพิเศษในกรุงเทพมหานครจะมีมากกว่าความสามารถในการให้บริการของระบบ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีรูปแบบการจัดการการจราจรที่มีประสิทธิภาพ มาตรการการจัดช่องทางพิเศษและการจัดสัญญาณไฟควบคุมการเข้าใช้ทางพิเศษจึงเป็นทางเลือกที่อาจเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบนระบบทางพิเศษ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดการและควบคุมปริมาณจราจรในระบบโดยตรง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอผลการประเมินความเหมาะสมของการจัดช่องทางพิเศษที่จัดเดินรถในทิศทางเดียวกับกระแสจราจรและการจัดการควบคุมทางเข้าบนระบบทางพิเศษโดยใช้สัญญาณไฟจราจรควบคุมที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพการจราจรแบบเป็นพื้นที่เดี่ยวโดยประยุกต์ใช้โปรแกรม PARAMICS ผลการศึกษาพบว่าการจัดช่องทางพิเศษสำหรับยานพาหนะที่มีผู้ร่วมเดินทางอย่างน้อย2 คน (ยกเว้นรถโดยสารประจำทาง) จะมีประสิทธิภาพการดำเนินการเมื่อมีสัดส่วนยานพาหนะในลักษณะพิเศษในช่วงระหว่างร้อยละ 45 ถึง 55 เทียบกับยานพาหนะทั้งหมด ที่สภาวะความหนาแน่นด้านการจราจรในช่วง 24 ถึง 59 คันต่อกิโลเมตรต่อช่องจราจร สำหรับผลการวิเคราะห์มาตรการควบคุมการเข้าใช้ทางพิเศษพบว่าสำหรับระบบที่มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแปรเปลี่ยนตามสภาพการจราจร 3 ตำแหน่งคือบนช่วงหลักก่อนเข้าสู่พื้นที่บริเวณติดตั้งสัญญาณไฟ บริเวณจุดร่วมกระแสจราจรและบริเวณทางเข้า จะมีประสิทธิภาพของการดำเนินการที่สภาวะความหนาแน่นด้านการจราจรในช่วง 36 ถึง 40 คันต่อกิโลเมตรต่อช่องจราจร นอกจากนี้เมื่อพิจารณาในระดับโครงข่ายระบบทางพิเศษ พบว่าการดำเนินการจัดช่องทางพิเศษ การควบคุมบริเวณทางเข้าทางพิเศษและการจัดทั้ง 2 มาตรการร่วมกัน สามารถลดระยะเวลาในการเดินทางโดยรวมลงได้ร้อยละ 0.4, 3.7 และ 5.9 ตามลำดับ ผลการศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปเป็นพื้นฐานในการปรับปรุงและพัฒนาการจราจรบนระบบทางพิเศษให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้
บทคัดย่อ(English) Although the traffic demand on Bangkok expressway system during peak periods is generally higherthan the capacity of the system, no efficient traffic management measure is currently in place.High-Occupancy-Vehicle (HOV) lane and ramp metering strategies are among the potential measures thatcould alleviate traffic congestion on the expressway because the measures' main objective is todirectly manage and control traffic in the system. This thesis presents evaluation results ofconcurrent flow HOV lane and traffic responsive ramp metering applications using PARAMICS software. Findings show that HOV strategy that allows vehicles carrying at least two people (except publictransport) to use the HOV lane will be effective when the proportion of these vehicles range from 45to 55 percent of the total vehicles under traffic density between 24 and 59 vehicles per kilometerper lane. For ramp metering strategy, it was found that the measure will be effective when thedensity is between 36 and 40 vehicles per kilometer per lane given that loop detectors are locatedat 3 locations, i.e., upstream mainline before ramp metering area, merge area and queue area. In addition, results from network-level analysis indicate that HOV lane, ramp-metering, andcombined strategies can reduce total travel time in the system by 0.4, 3.7, and 5.9 percent,respectively. Findings from the present study can form a basis to improve traffic conditions onBangkok expressway system.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 106 P.
ISBN 974-53-2870-7
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ BANGKOK EXPRESSWAY, RAMP METERING, HOV LANE, PARAMICS, MICRO-SIMULATION
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.