รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ พัฒนาการฟ้อนบูชาพระธาตุพนม
DEVELOPMENT OF WORSHIP DANCE AT PRATHATPHANOM.
ชื่อนิสิต นฤบดินทร์ สาลีพันธ์
Naruebodin Saleepun
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ. วิชชุตา วุธาทิตย์
Vijjuta Vudhatiya
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปกรรมศาสตร์ (นาฎยศิลป์ไทย)
Master. Arts (Thai Dance)
ปีที่จบการศึกษา 2548
บทคัดย่อ(ไทย) ฟ้อนบูชาพระธาตุพนมมีกำเนิดเค้าโครงจากตำนานอุรังคนิทาน และปรากฎเป็นการฟ้อนในพิธีแห่กองบุญงานเดือนสาม ภายหลังได้ปรับเปลี่ยนเป็นการฟ้อนในรูปแบบเพื่อการบันเทิงในงานเทศกาล ซึ่งทำให้ฟ้อนบูชาพระธาตุพนมเกิดการเปลี่ยนนแปลง ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมา ความสำคัญวิเคราะห์กระบวนท่าฟ้อน องค์ประกอบนาฎยศิลป์การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์รูปแบบของฟ้อนอีสานในพิธีบูชาองค์พระธาตุพนม ที่ปรากฎในเทศกาลไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ซึ่งมีชุดฟ้อนทั้งสิ้นจำนวน 7 ชุด คือ 1. ฟ้อนหางนกยูง 2. ฟ้อนภูไทย 3. ฟ้อนไทญ้อ 4. ฟ้อนตำนานพระธาตุพนม 5. ฟ้อนศรีโคตรบูร 6. ฟ้อนอีสานบ้านเฮา 7. ฟ้อนขันหมากเบ็งโดยศึกษาจากแถบบันทึกภาพ ภาพถ่าย การสัมภาษณ์บุคคล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเทศกาลไหลเรือไฟพร้อมทั้งร่วมสังเกตการณ์และปฏิบัติการฟ้อนบูชา ผลการศึกษาผู้วิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงฟ้อนบูชาพระธาตุพนม มีพัฒนาการโดยแบ่งตามประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ออกเป็น 4 เหตุผล ดังนี้ 1. จากตำนานอุรังคธาตุ 2. ฟ้อนในการแห่กองบุญเดือนสาม 3. ฟ้อนบูชาพระบรมสารีริกธาตุ 4. ฟ้อนบูชาพระธาตุพนมในงานเทศกาลไหลเรือไฟ ทั้งนี้พัฒนาการฟ้อนบูชาพระธาตุพนมในงานเทศกาลไหลเรือไฟ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาคือ ช่วงที่ 1. พ.ศ.2528 - 2529 เป็นกิจกรรมทดลองของยุวสมาคมนครพนมช่วงที่ 2 พ.ศ. 2530 - 2537 เป็นกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดนครพนมและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ช่วงที่ 3 พ.ศ.2538 - ปัจจุบัน เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญของงานเทศกาลไหลเรือไฟนอกจากนั้นยังพบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของท่าฟ้อน แต่มีการแข่งขันปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอ และองค์ประกอบการฟ้อน ทำให้มีความตระการตาเพิ่มมากขึ้น จากความแตกต่างของชุดฟ้อนในพิธีบูชาพระธาตุพนมส่งผลให้เอกลักษณ์การฟ้อนบูชาพระธาตุพนม มีความแตกต่างกันตามรูปแบบของฟ้อนแต่ละชุด ลักษณะท่าฟ้อนในการฟ้อนบูชาพระธาตุพนมแบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้ 1. ท่าฟ้อนที่เลียนแบบจากธรรมชาติ 2. ท่าฟ้อนที่มีการเกี้ยวพาราสี 3. ท่าฟ้อนที่มีการหยิบยืมจากท่าฟ้อนอื่น ๆ 4. ท่าฟ้อนที่มีการปรับปรุงจากท่าฟ้อนเดิม 5. ท่าฟ้อนที่มีการตีบทตามบทประพันธ์ 6. ท่าฟ้อนที่เป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นาฎยศิลป์เป็นศิลปวัฒนธรรมที่มีการสืบสานจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้วิจัยสัณนิษฐานว่ารูปแบบการนำเสนอการฟ้อนบูชาพระธาตุพนมน่าจะมีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย เพื่อให้เป็นที่นิยมของผู้ชมหรือผู้ร่วมงานไม่ว่าจะเป็น องค์ประกอบการฟ้อน ซึ่งอาจมีการเพิ่มจำนวนชุดฟ้อนมากขึ้นจากปัจจุบันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการที่จัดงานในแต่ละปี งานวิจัยฉบับนี้ เป็นข้อมูลพื้นฐานในการบันทึกประวัติศาสตร์การฟ้อนบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่พัฒนา มาเป็นการฟ้อนเพื่อการท่องเที่ยว ตลอดจนสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอีสานตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม อันเป็นแนวทางในการศึกษาพัฒนาฟ้อนอีสานต่อไปในอนาคต
บทคัดย่อ(English) Worship Dance at Prathatphanom originated from the legend of Urangkahitan story and first appeared in a making - merit ceremony in February Later, there was a process of changes and development in dances which were gradually based on fun and entertainment. The objective of this research is to study the origin of the dance, its importance, to analyse its procedures and its artistic elements worship Dance at Prathatphanom. The worship dance annually held on the occasion of Lai-Rur-Fai festival mainly consists of 7 dances : Hang-nok-yung (Peacock) Dance, Pu-thai Dance, Thai-yor Dance, Tham-nan-pa-that-pha-nom Dance, I-sarn-ban-hao Dance, Kun-markbeang Dance. The research data was collected from tape recording, photography, interviews, and observation. Regarding to this research we can sumarize the development of Prathatphanom Worship Dance into 4 elements : the legend of Urangkathatr, The making-merit parade dance in February, Saririkhathat worship dance and Phathatphanom worship dance in Lai-Rur-Fai festival. However, the development of the last dance is divided into 3 periods : 1) 2528 B.E.-2529 B.E. (this trial festival organized by Nakornphanom Youth Foundation 2) 2530 B.E. -2537 B.E. (this festival supported by the province and Thailand Tourism office 3) 2538 B.E. up to now (the festival becomes the traditional festival of the province. This brought a big change as there were a lot of new acts and procedures which always consist of 6 factors: the nature imitation, going on the pull, borrowing from other dances, adaptation of old acts, the interpretation of the composition into acts and acts expressing the worship. The researcher believes that the development of this artistic reservation depends on the age and popularity. This research would be one of the database on worship dance and reflection of Isarn cultural and traditional change.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 430 P.
ISBN 974-53-1159-6
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ WORSHIP DANCE AT PRATHATPHANOM NOKHONPHANOM PROVINCE MERIT-CERAMONY IN FEBRUARY BUDDLIST, CEREMONY LAI RUR-FAI FASTIVAL, HANG-NOK-TUNG (PEACOCK) DANCE, PU-THAI DANCE, THAI-YOR DANCE, THAM-NAN-PA-THAT-PHA-NOM DANCE, I-SARN-BAN-HAO DANCE, KUN-MARK-BEANG DANCE
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.