รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การประยุกต์ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่อพฤติกรรมการป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานหญิงเย็บจักรอุตสาหกรรม
APPLICATION OF THE TRANSTHEORETICAL MODEL ON MUSCLE PAIN PREVENTION OF INDUSTRIAL SEWING MACHINE OPERATORS
ชื่อนิสิต ศริตา มั่นชาวนา
Sarita Munchaona
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา สุรินธร กลัมพากร, Ph.D. (Nursing)สุจินดา จารุพัฒน์, Ph.D. (Life Science and Human Technology)อาภาพร เผ่าวัฒนา, Ph.D. (Nursing)
Surintorn Kalampakorn, Ph.D.Suchinda Jarupat, Ph.D.Arpaporn Powwattana, Ph.D.
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (พยาบาลสาธารณสุข)
Master. Science (Public Health Nursing)
ปีที่จบการศึกษา 2546
บทคัดย่อ(ไทย) อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ นับเป็นปัญหาหนึ่งที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานในประเทศไทยต้องประสบกับปัญหานี้เป็นอย่างมาก คนงานเย็บจักรอุตสาหกรรม เป็นคนงานกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำงานเป็นอย่างมาก การทำงานที่มีลักษณะงานที่ซ้ำซากจำเจ ต้องนั่งทำงานอยู่ในพื้นที่จำกัด ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยบริเวณหลัง คอไหล่ แขนและขาได้ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานหญิงเย็บจักรอุตสาหกรรมในโรงงานผลิตรองเท้าโดยการประยุกต์ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กลุ่มตัวอย่างในกลุ่มทดลองจำนวน 35 คนได้รับการจำแนกตามทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและได้รับการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมทั้งหมด 6 สัปดาห์ ซึ่งประกอบไปด้วยการอภิปรายกลุ่ม การเสริมสร้างความเข้มแข็ง การให้ข้อมูลย้อนกลับ การฝึกทักษะการสร้างตัวแบบและการสร้างความร่วมมือในกลุ่มคนงาน ในขณะที่กลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 35 คนได้รับแผ่นพับการบริหารร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากผู้วิจัยและได้รับคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายจากพยาบาลประจำโรงงาน หลังจากการทดลอง 1 เดือนได้ทำการประเมินการทดลองโดยใช้แบบสอบถาม ผลการทดลองพบว่า กลุ่มตัวอย่างในกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในด้านการปฏิบัติตัวขณะทำงาน (t=2.01, p=0.04) และการบริหารร่างกาย (t=3.81, p=0.00) ดีกว่าก่อนการทดลองและดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนการปรับปรุงสภาพการปฏิบัติงานและอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มตัวอย่างในกลุ่มทดลองมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยรวม (t=2.171, p=0.033) น้อยกว่าก่อนการทดลองและน้อยกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโปรแกรมการป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ แต่อย่างไรก็ดีนโยบายของบริษัท เช่น การปรับปรุงสภาพการทำงาน ยังมีความจำเป็นในการลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ(English) Muscle pain is one of the major health problems, which most of the workers in Thailand have encountered. Sewing machine operators are a group of workers who often experience muscle pain at work. Working repetitively in limited workspace may result in muscle pain at back, neck, shoulder, arms, and legs. The purpose of this quasi-experimental study was to examine the effectiveness of an intervention to prevent muscle pain among sewing machine operators working in the footwear industry. The Transtheoretical Model was used to serve as a basis for designing the intervention. The subjects in the intervention group(n=35)were categorized based on different stages of behavior change to receive the appropriate intervention corresponding with their particular stage. The six-week intervention consisted of group discussions on muscle pain, empowerment, providing feedback, skill training, role modeling, and building rapport. The comparison group (n=35) received a brochure of exercises for muscle relaxation from the researcher and suggestions for exercise from the factory nurse. The effects of the intervention were assessed 1 month after the intervention by using a self-administered questionnaire. Results were significantly higher than the comparison group and indicated that subjects in the intervention group had prevented muscle pain related to working posture (t=2.01, p=0.04) and stretching exercises (t=3.81, p=0.00). However, no significant differences in workstation improvement were found between the intervention group and the comparison group. The subjects in the intervention group had significantly lower overall muscle pain (t=2.171, p=0.033) than those of the comparison group. It was suggested that the appropriate muscle pain prevention program corresponding with a particular stage of behavior change could lead to positive changes in muscle pain prevention. However, other corporate strategies such as workstation improvement are still needed to effectively reduce muscle pain symptoms.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 107 P.
ISBN 974-04-4088-6
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ MUSCLE PAIN, INDUSTRIAL WORKERS, TRANSTHEORETICAL MODEL
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.