รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยบางประการ กับสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกในมารดาวัยรุ่น ครรภ์เดี่ยวและครรภ์แรกหลังคลอดปกติ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
FACTORS ASSOCIATED WITH MATERNAL-INFANT BONDING IN SINGLETON AND NORMAL PRIMIP AROUS ADOLESCENT MOTHERS: A CASE STUDY IN SRISAKET HOSPITAL, SRISAKET PROVINCE
ชื่อนิสิต พัชรา เกษมสุข
Patchara Kasemsuk
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ อนงค์นาฏ เหลี่ยมสมบัติ พ บ M P H (M C H) อ เพียงจันทร์ โรจนวิภาต M H S (Bios) อ พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์ วท ม (สาธารณสุขศาสตร์)
Anognat Liamsombat M D M P H Piangchan Rojanavipart M H S (Bios) Pimsurang Techaboonsermsak M Sc (Public Health)
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (อนามัยครอบครัว)
Master. Science (Family Health)
ปีที่จบการศึกษา 2543
บทคัดย่อ(ไทย) การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัมพันธภาพระหว่าง มารดาและทารก และปัจจัยบางประการที่มีความสัมพันธ์กับสัมพันธภาพระหว่างมารดาและ ทารกในมารดาวัยรุ่นครรภ์เดี่ยวและครรภ์แรกหลังคลอดปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาวัยรุ่น ที่มาคลอดและพักฟื้นหลังคลอดที่ตึกสูติกรรม โรงพยาบาลศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 20 เม.ย.- 4 ส.ค.พ.ศ.2542 จำนวน 230 คน เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ ให้ตอบแบบสอบถาม เก็บ ข้อมูลจากสมุดบันทึกสุขภาพขณะฝากครรภ์และรายงานการคลอด และการสังเกตพฤติกรรม มารดาและทารก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลเกี่ยวกับ การตั้งครรภ์และการคลอดรวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยด้านเด็กและโรงพยาบาล แบบสอบถาม การรับรู้ประสบการณ์คลอด แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถามสัมพันธภาพ ระหว่างมารดาและทารก และแบบสังเกตพฤติกรรมมารดาและทารก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ ไคสแควร์และคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า มารดาวัยรุ่นมีคะแนนสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกในระดับ ปานกลางร้อยละ 43.5 ระดับสูงร้อยละ 37.0 และระดับต่ำร้อยละ 19.6 ปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์กับสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p-value < 0.01 จากการวิเคราะห์ด้วยสถิติไคสแควร์ ได้แก่ สถานภาพสมรส รายได้ครอบครัว การ วางแผนการตั้งครรภ์ อายุครรภ์เมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก การรับรู้ประสบการณ์คลอด การได้ ทารกมีเพศตรงกับความคาดหวัง น้ำหนักทารก การได้โอบกอดทารกทันทีหลังคลอด และ การสนับสนุนทางสังคม และที่ระดับ p-value < 0.05 ได้แก่ การได้รับความรู้เกี่ยวกับการ เลี้ยงดูเด็ก ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์และการได้อยู่กับทารกทันทีหลังคลอด เมื่อ คำนวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสัมพันธภาพ ระหว่างมารดาและทารกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p-value < 0.0001 ได้แก่ รายได้ครอบครัว อายุครรภ์เมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก การรับรู้ประสบการณ์คลอด และการ สนับสนุนทางสังคม (r = 0.458, -0.687, 0.780 และ 0.839 ตามลำดับ) และที่ระดับ p-value < 0.05 ได้แก่ น้ำหนักทารก (r = 0.133) ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ให้มารดาวัยรุ่นเห็นความ สำคัญของการดูแลสุขภาพที่จำเป็นขณะตั้งครรภ์และมาฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ สอนและให้ ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างมารดาและทารกตั้งแต่ เริ่มตั้งครรภ์รวมทั้งการเตรียมตัวเพื่อการคลอดเพื่อให้มารดาวัยรุ่นมีการรับรู้ประสบการณ์ คลอดที่ดี ให้การสนับสนุนทางสังคมที่ดีแก่มารดาวัยรุ่น อบรมให้บุคลากรสาธารณสุข ตระหนักถึงความสำคัญ และการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารก ที่ดีตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จนกระทั่งภายหลังคลอด
บทคัดย่อ(English) The objectives of this descriptive research were to study the maternal-infant bonding in singleton and normal primiparous adolescent mothers and the factors associated with it. The sample consisted of 230 postpartal adolescent mothers who delivered from 20(th) April to 4(th) August 1999 at Srisaket Hospital. The data were collected by using self-administered questionnaires, interviewing and observation of the mother-infant behavior. The data collection instruments included questionnaires for demographic characteristics of mothers, pregnancy and delivery factors, newborn factors and hospital factors, the perception of birth experience of the mothers, social support, mothers perception about their infant. A maternal-infant behavior observation tool, and the health record for pregnancy, delivery and newborn were also used for data collection. Statistics used for data analysis were percentage, mean, median, standard deviation, chi - square test and Pearsons product moment correlation analysis. The results of the maternal infant bonding level were 43.5% at a moderated level, 37.0% at a high level and 19.6% at a low level . The factors which were significantly associated with maternalinfant bonding by using chisquare test at p-value < 0.01 were: marital status, familys incomes, planning for pregnancy, gestational age at initial, visit for antenatal-care, perception of birth experience, the fulfilment of mothers wishes for the newborns sex, bodyweight of the newborn, touching and holding the newborn immediately, social support. These factors at pvalue < 0.05 were knowledge about child care, complication of pregnancy and rooming in. By using Pearsons product moment correlation analysis, the factors associated with maternal-infant bonding at p-value < 0.0001 were: familys income, gestational age at initial visit for antenatal-care, perception of birth experience, and social support with r = 0.458,-0.687,0.780 and 0.839 ,respectively. At p-value < 0.05 was bodyweight of newborn with r = 0.133. From this study ,the recommendations were to encourage adolescent mothers to come early to attend on antenatal clinic and provide knowledge on preparation for good perception of birth experience and practices for good maternal-infant bonding as well as social support. Health personnel should be trained to realize the importance of maternal-infant bonding and to know how to encourage it.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-664-280-4
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 65 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ MATERNAL- INFANT BONDING, ADOLESCENT MOTHERS, สัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารก, มารดาวัยรุ่น
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.