| รายละเอียดวิทยานิพนธ์ | |
| ชื่อวิทยานิพนธ์ | การศึกษาระบบเสียงภาษาเขมรบ้านสำโรงบน ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี The Phonological Study of Khmer Spoken at Ban Samrongbon, Tambon Saikhaw, Amphor Soidaw, Chanthaburi Province. |
| ชื่อนิสิต | ชัยวัฒน์ เสาทอง Chaiwat Southong |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา | ผศ ดร อรวรรณ บุญยฤทธิ์ Asst Prof Orawan Boonyarith Ph D |
| ชื่อสถาบัน | มหาวิทยาลัยศิลปากร. บัณฑิตวิทยาลัย Silpakorn University. Nakornpathom. (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา | วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ ( เขมรศึกษา) Master. Arts (Khmer Studies) |
| ปีที่จบการศึกษา | 2545 |
| บทคัดย่อ(ไทย) | การศึกษาภาษาเขมรบ้านสำโรงบน ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ใช้ทฤษฎีแทคมิมิค ศึกษาตั้งแต่ระดับหน่วยเสียง พยางค์ จนถึงคำ ผลการวิจัยสรุป ได้ว่า ภาษาเขมรบ้านสำโรงฯ ประกอบด้วยหน่วยเสียง 58 หน่วยเสียง เป็นหน่วย เสียงพยัญชนะ 17 หน่วยเสียง หน่วยเสียงสระ 41 หน่วยเสียง หน่วยเสียงพยัญชนะ สามารถเกิดเป็นหน่วยเสียงพยัญชนะต้นได้ทั้ง 17 หน่วยเสียง และเป็นหน่วยเสียง พยัญชนะท้าย 14 หน่วยเสียง พยัญชนะควบกล้ำมีทั้งควบกล้ำสองตัว, สามตัว การควบกล้ำของพยัญชนะจัดเป็น 3 ชนิด คือ ควบกล้ำแท้, ควบกล้ำเทียม, และ ควบกล้ำข้ามพยางค์ หน่วยเสียงสระมีทั้งหน่วยเสียงสระเดี่ยวและหน่วยเสียงสระ ผสม โดยคุณภาพของเสียงมีทั้งสระธรรมดา และสระลมแทรก โดยความแตกต่างนี้มีนัย สำคัญทางสรวิทยา หน่วยเสียงสระเดี่ยวธรรมดามี 19 หน่วยเสียง หน่วยเสียงสระ ลมแทรกมี 15 หน่วยเสียง และหน่วยเสียงสระผสมมี 7 หน่วยเสียง โดยแบ่งเป็น หน่วยเสียงสระผสมธรรมดา 4 หน่วยเสียง หน่วยเสียงสระผสมลมแทรก 3 หน่วยเสียง โดยความสั้น-ยาวของเสียงสระเดี่ยวมีนัยสำคัญทางสรวิทยา แต่ความสั้น-ยาวของ เสียงสระผสมไม่มีนัยสำคัญทางสรวิทยา พยางค์มีพยางค์หลัก, พยางค์รอง, หน้าพยางค์, และพยางค์นาสิก โดยพยางค์หลักเป็นพยางค์แก่น และพยางค์รอง, หน้าพยางค์, และพยางค์นาสิกเป็นพยางค์ประกอบ การเน้นเสียงในพยางค์ไม่มีนัย สำคัญทางสรวิทยา คำมีคำพยางค์เดียว, คำสองพยางค์, คำสามพยางค์, และคำ สี่พยางค์ |
| บทคัดย่อ(English) | This masters report presents the phonological study of the Khmer language spoken at Ban Samrongbon, Tambon Saikhaw, Amphor Soidaw, Chanthaburi Province. This study uses Tagmemic theory to analyse the phoneme, syllable, and the phonological word of the language. The result of this study shows that there are 58 distinguished phonemes, They are 17 consonant phonemes and 41 vowel phonemes. All consonant phonemes can occur initially and only 14 consonant phonemes occur finally. There are also two-consonants clusters and threeconsonants clusters and all occur initially. The clusters can be divided as true cluster, cluster with juncture [ a ], and cluster across syllable boundaries. Other 41 phonemes are vowels which can be classified as 19 normal single vowels, 15 breathy-voiced single vowels, 4 normal diphthongs and 3 breathy-voiced diphthongs. The length of single vowels are significant. There are major syllable, minor syllable, pre-syllable, and nasal syllable. Major syllables are considered as nuclear syllables whereas minor syllables, presyllables, and nasal syllables are considered as peripheral syllables. Stress in this language is predictable. Words in this language are mainly monosyllable, however, there are also disyllabic, trisyllabic, and quadrisyllabic words. |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ | 974-653-528-5 |
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ | |
| ISBN | 257 P. |
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ | |
| คำสำคัญ | KHMER LANGUAGE, KHMER PHONOLOGY, KHMER IN THAILAND, ภาษาเขมร, ระบบเสียงภาษาเขมร, เขมรในประเทศไทย |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|

