| รายละเอียดวิทยานิพนธ์ | |
| ชื่อวิทยานิพนธ์ | พฤติกรรมการครอบงำกิจการ (Takeover) บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย Takeover Behavior in the Stock Exchange of Thailand |
| ชื่อนิสิต | สุพจน์ เจนประเสริฐ Supote Janprasert |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา | ผศ ดร ปราการ อาภาศิลป์ |
| ชื่อสถาบัน | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย Thammasat University. Bangkok (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา | วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. เศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรภาษาไทย) Master. Arts (Thai Program) |
| ปีที่จบการศึกษา | 2538 |
| บทคัดย่อ(ไทย) | การครอบงำกิจการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา โดยจากการศึกษาบริษัทที่ถูกครอบงำกิจการและเป็นบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปี พ.ศ. 2534 - 2537 มีการขยายตัวจากปี พ.ศ. 2534 ซึ่งมีจำนวนรายการครอบงำ กิจการ 7 รายการ มูลค่าการซื้อขายกิจการรวม 1,936.4 ล้านบาท เพิ่มเป็น 24 รายการ มูลค่าการซื้อขายกิจการรวม 23,336.8 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2537 หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 243% และ 1,107 % ของจำนวนรายการและมูลค่าการซื้อขายกิจการ ตามลำดับ การครอบงำกิจการที่เกิดขึ้นกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ นับว่ามีความสำคัญต่อประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากบริษัทใน ตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นบริษัทมหาชนมีผู้ถือหุ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้รูปแบบของการครอบงำกิจการนับวันจะยิ่งมีความ ซับซ้อนมากขึ้น นักลงทุนจึงต้องศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น กับบริษัทที่ถูกครอบงำกิจการ เพื่อประกอบการตัดสินใจที่จะ ลงทุนหรือหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับหุ้นที่ถูกครอบงำกิจการ โดยบางครั้งหุ้นบางตัวเมื่อมีข่าวถูกครอบงำกิจการ ราคาหุ้น จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง เดือนเดียว ในขณะที่ผลการดำเนินงานยังไม่มีการเปลี่ยน แปลงแต่อย่างใด ในการศึกษานี้จะดูความสัมพันธ์ของการ เปลี่ยนแปลงราคาหุ้น และผลการดำเนินงาน จากตัวแปร ที่ใช้เป็นตัวแทนแสดงการเปลี่ยนแปลงของกิจการ 6 ตัวแปร คือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน อัตราผลตอบแทนต่อส่วน ของผู้ถือหุ้น อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม กำไรจาก การดำเนินงาน กำไรสุทธิ และยอดขาย จากการศึกษา พฤติกรรมการครอบงำกิจการช่วงปี พ.ศ. 2534-2537 จำนวน 47 บริษัท พบว่าเกือบทั้งหมด เป็นลักษณะการครอบงำกิจการแบบเป็นมิตร มีเพียง 2 ราย เท่านั้น ที่เป็นการครอบงำกิจการแบบไม่เป็นมิตร สำหรับ กรณีแยกตามวัตถุประสงค์ในการครอบงำกิจการพบว่า กลุ่ม ที่มีการครอบงำกิจการที่ทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจเดิม (Conglomerate) มีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็น 48.94% ของจำนวนการครอบงำกิจการทั้งหมด รองลงมา คือ กลุ่มที่ครอบงำกิจการที่ต่างกันแต่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับ กิจการเดิม (Vertical Linkage) คิดเป็น 23.40% ตาม ด้วยกลุ่มที่ครอบงำกิจการประเภทเดียวกัน (Horizontal Linkage) คิดเป็น 19.15% และกลุ่มที่น้อยที่สุดคือกลุ่ม ที่ครอบงำกิจการที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันโดยมีธุรกิจหนึ่ง เป็นแกนกลาง (Concentric) คิดเป็น 8.51% นอกจากนี้ กรณีพิจารณาการครอบงำกิจการที่อาจจะเข้าข่ายการเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยอ้อม พบว่า มีจำนวน 7 บริษัท หรือคิดเป็น 14.89% ของจำนวนบริษัทที่ถูก ครอบงำกิจการทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีมาตรการที่เข้มงวดในการรับบริษัทเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ จึงมีความพยายามที่จะเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์โดยอ้อม สำหรับอายุเฉลี่ยของบริษัทที่ถูกครอบงำกิจการ ทั้งหมด 47 บริษัทมีอายุเฉลี่ยนับจากวันที่เข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ถูกครอบงำกิจการมีอายุ เฉลี่ย 4.94 ปี บริษัทที่มีอายุสูงสุด 18.25 ปี อายุน้อย สุด 0.42 ปี หมวดธุรกิจเกษตรถูกครอบงำกิจการมาก ที่สุดจำนวน 7 บริษัท อายุเฉลี่ย 1.62 ปี ซึ่งการที่มี อายุเฉลี่ยน้อยอาจจะแสดงถึงว่าการเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ฯเจ้าของกิจการมีความต้องการผลตอบแทน จากส่วนต่างของราคาหุ้น (Capital Gain) มากกว่าที่ จะเข้ามาทำธุรกิจจริง วิธีการศึกษาเพื่อดูว่าบริษัทที่ถูกครอบงำกิจการ มีความแตกต่างกันหรือไม่ในการศึกษานี้ใช้วิธี Nonparametric โดยวิธีการทดสอบโดยใช้เครื่องหมาย Sign Test) ของ ตัวแปรที่ต้องการศึกษาในแต่ละไตรมาสช่วงก่อนและหลัง ถูกครอบงำกิจการ 2 ปี เปรียบเทียบกับงวดที่ถูกครอบงำ กิจการ (T/O) ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ระหว่างช่วงก่อน และหลังถูกครอบงำกิจการ จะพิจารณาค่าเฉลี่ยของตัวแปร แต่ละตัวในแต่ละไตรมาส ประกอบกับค่าเปอร์เซ็นต์สัดส่วน จำนวนบริษัทที่มีค่าข้อมูลมากกว่างวด T/O ที่ได้จากการ ทดสอบ Sign Test ผลการศึกษาพบว่า ราคาหุ้นเป็นตัวแปรที่มีความ แตกต่างกันระหว่างช่วงก่อนและหลังถูกครอบงำกิจการที่ ชัดเจน และแนวโน้มค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นช่วงก่อนถูก ครอบงำกิจการ 6 เดือน จนถึงหลังถูกครอบงำกิจการแล้ว 6 เดือน มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ในขณะ ที่ผลการดำเนินงานในส่วนของอัตราผลตอบแทนจากการ ลงทุน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตรา การหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม ช่วงก่อนและหลังถูกครอบงำ กิจการ พบว่า มีความแตกต่างกับงวด T/O เฉพาะบาง ไตรมาสของช่วงก่อนถูกครอบงำกิจการ ส่วนช่วงหลังจาก ถูกครอบงำกิจการแล้วเกือบทั้งหมดพบว่าไม่มีความแตกต่าง กับงวด T/O สำหรับค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนทั้ง 3 ตัว พบว่า มีค่าต่ำสุดในช่วงที่ถูกครอบงำกิจการ และหลังจาก ถูกครอบงำกิจการแล้ว 2 ปี ก็ยังไม่มีการปรับตัวขึ้น แต่อย่างใด สำหรับกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ พบว่าช่วงก่อนและหลังถูกครอบงำกิจการ 2 ปี ไม่มีความ แตกต่างกับงวด T/O แต่อย่างใด แสดงว่าการครอบงำ กิจการไม่มีผลต่อการสร้างผลกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิของกิจการ เช่นเดียวกับค่าเฉลี่ยของค่า ทั้งสอง ช่วงก่อนและหลังถูกครอบงำกิจการก็ไม่มีความ แตกต่างกัน พบว่าช่วงก่อนถูกครอบงำกิจการค่าเฉลี่ยของ ตัวแปรทั้งสองปรับตัวลดลง และหลังจากถูกครอบงำกิจการ แล้วก็ไม่มีการปรับตัวขึ้นให้เห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนยอด ขายพบว่าช่วงก่อนและหลังถูกครอบงำกิจการ มีความ แตกต่างกับงวด T/O และค่าเฉลี่ยของยอดขาย ช่วงก่อน ถูกครอบงำกิจการจนถึงช่วง T/O และหลังถูกครอบงำ กิจการแล้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่น่าจะมี สาเหตุมาจากการเติบโตตามปกติของกิจการมากกว่ามี สาเหตุมาจากการถูกครอบงำกิจการ โดยภาพรวมของการครอบงำกิจการที่ผ่านมาของ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วน ของผลการดำเนินงานที่เห็นได้อย่างชัดเจน จะมีการเปลี่ยน แปลงที่ค่อนข้างมาก ก็เฉพาะในส่วนของราคาหุ้นที่ปรับตัว ขึ้นมากในช่วงก่อนถูกครอบงำกิจการ 6 เดือนต่อเนื่อง จนถึงหลังถูกครอบงำกิจการแล้ว 6 เดือน หลังจากนั้น ระดับราคาหุ้นก็มีการปรับตัวลดลง เนื่องจากประสิทธิภาพ ในการดำเนินงานไม่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสนับสนุนในส่วน ของราคาหุ้นที่ได้ปรับตัวขึ้นไปก่อนแล้ว |
| บทคัดย่อ(English) | Not Available |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ | |
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ | |
| ISBN | |
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ | |
| คำสำคัญ | |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|

