รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม : ศึกษาความคิดเห็นของ พระสังฆาธิการต่อการพัฒนาสังคมของพระพยอม กัลยาโณ
Buddhism and Social Development: A Study of Phra Sanghadhikaras Opinions on Phra Phayom Kalayano is Social Development Programs
ชื่อนิสิต มาโนช ศึกษา
Manot Suksa
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ ชลิต ทองปลิว
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย
Thammasat University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (สังคมสงเคราะห์ทางการศึกษา)
Master. Science (Social Work in Education)
ปีที่จบการศึกษา 2538
บทคัดย่อ(ไทย) การศึกษาวิจัยเรื่อง พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม : ศึกษาความคิดเห็นของพระสังฆาธิการต่อการพัฒนาสังคมของ พระพยอม กัลยาโณ นี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาการพัฒนาสังคมตามแนวของพระพุทธศาสนา (2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของพระสังฆาธิการต่อการพัฒนา สังคมของพระพยอม กัลยาโณ ตามแนวการพัฒนาสังคมของพระพุทธศาสนา และ (3) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาสังคมตามแนว ของพระพุทธศาสนา วิธีการศึกษาวิจัย เพื่อแสวงหาคำตอบตามหัวข้อ เรื่อง และวัตถุประสงค์ดังกล่าวประกอบด้วย วิธีการศึกษาจาก เอกสาร (Documentary Research) และการศึกษาจากภาคสนาม (Field Research) โดยเดินทางไปสัมภาษณ์ (Interview) พระสังฆาธิการในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 98 รูป ด้วยตนเอง ศึกษาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จากพระสังฆาธิการจำนวน 182 รูป ดังนี้คือเจ้าคณะจังหวัด 1 รูป หรือร้อยละ 1.02 และเจ้าคณะอำเภอ 6 รูป หรือร้อยละ 6.12 ศึกษาทั้งหมด ส่วนเจ้าคณะตำบล 46 รูป ศึกษาด้วยการสุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 50 คือ 25 รูป หรือร้อยละ 25.51 และเจ้าอาวาสผู้ซึ่ง มิได้ดำรงตำแหน่งอื่น ๆ 129 รูป ศึกษาด้วยการสุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 50 คือ 66 รูป หรือร้อยละ 67.35 เพื่อตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลตามข้อเท็จจริงทางสังคม (Social Facts) ให้สามารถนำเสนอได้ทั้งในเชิงปริมาณและเนื้อหาสาระโดยการ พรรณนาข้อความ ซึ่งปรากฎผลการศึกษาและข้อเสนอแนะดังนี้ ผลการศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research) พบแนวความคิดการพัฒนาสังคมตามแนวพระพุทธศาสนานั้นมุ่งพัฒนา บุคคลในสังคมให้ได้รับประโยชน์ 3 อย่าง คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน (ทิฏฐธัมมิกัตถะ) ประโยชน์ในอนาคต (สัมปรายิกัตถะ) และ ประโยชน์สูงสุดคือ พระนิพพาน (ปรมัตถะ) และการพัฒนาสังคม จะต้องเริ่มพัฒนาจากตัวบุคคลใน 5 ด้าน คือ การพัฒนาด้านกาย การพัฒนาด้านศีล การพัฒนาด้านจิต การพัฒนาด้านปัญญา และ การพัฒนาด้านอาชีพ ส่วนการพัฒนาสังคมของพระพยอม ซึ่งมี 3 ด้านคือ ด้านการเผยแผ่ธรรมะ ด้านการศึกษา และด้านการ สงเคราะห์ประชาชนนั้น ก็สอดคล้องกับหน้าที่ของพระสงฆ์ในการ พัฒนาสังคมเป็นอย่างมาก ผลการศึกษาจากภาคสนาม (Field Research) พบว่า พระสังฆาธิการส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในระหว่าง 60-69 ปี เป็น พระสังฆาธิการที่บวชมานานตั้งแต่ 20-29 ปี/พรรษา เป็นชาว จังหวัดนนทบุรี และมาจากครอบครัวเกษตรกร พระสังฆาธิการ ส่วนใหญ่ 85 รูป ไม่เคยบวชเป็นสามเณรมาก่อน จบการศึกษา ชั้นประถมศึกษา ปริญญาตรีและนักธรรมชั้นเอก ดำรงตำแหน่ง หน้าที่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะจังหวัด 1 รูป เจ้าคณะอำเภอ 6 รูป เจ้าคณะตำบล 25 รูป และเจ้าอาวาส 66 รูป พระกลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง 1-10 ปี ในด้านความรู้ความเข้าใจในหลักพุทธธรรมที่จะนำไป พัฒนาสังคมนั้นพบว่า พระสังฆาธิการส่วนใหญ่มีความเข้าใจใน หลักพุทธธรรมเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการตอบคำถาม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับการพัฒนาสังคม ที่มุ่งเน้นให้ประชาชน ได้รับประโยชน์ทั้ง 3 อย่างดังกล่าว และที่สำคัญพระสังฆาธิการ ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการพัฒนาสังคมที่แท้จริงนั้นควรเริ่มต้นที่การ พัฒนาบุคคลในสังคมให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน กล่าวคือ ด้านการพัฒนากายหมายถึง การมีร่างกายแข็งแรง มีพลานามัยดี มีสุขภาพดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี คบเพื่อนที่ดี มีปัจจัย 4 เพียงพอต่อการดำรงชีพ รู้จักประมาณในการบริโภค ด้านการพัฒนาศีล หมายถึงการมีระเบียบวินัย มีความสุจริต ทางกาย วาจา และอาชีวะ ไม่มีการทำร้ายให้คนอื่นได้รับความ เดือดร้อน ด้านการพัฒนาจิตหมายถึงการฝึกจิตให้มีคุณภาพดี คือจิตที่ประกอบด้วยคุณธรรม มีสมรรถภาพดี คือจิตที่ฝึกอบรม จนเหมาะสมแก่การใช้งานและมีสุขภาพดี คือ มีความสุข มี ความสะอาด สว่าง สงบ จากกิเลสด้านการพัฒนาปัญญา หมายถึง การฝึกปัญญาให้เกิดแนวความคิดและการรับรู้ไม่ถูกกิเลสครอบงำ ด้วยการใช้โยนิโสมนสิการ คือการทำให้เกิดปัญญาที่เป็นอิสระ จากการถูกกิเลสครอบงำ ด้านการพัฒนาอาชีพ หมายถึง การ แสวงหาทรัพย์สินที่เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตของผู้ครอง เรือนด้วยการประกอบสัมมาชีพ เว้นจากมิจฉาชีพ ตั้งตนอยู่ใน หลักทิฎฐธัมมิกัตถะ คือประโยชน์ในปัจจุบันเป็นต้น เมื่อบุคคล ในสังคมได้รับการพัฒนาแล้ว สังคมก็จะได้รับการพัฒนาไปด้วย ในด้านความคิดเห็นของพระสังฆาธิการต่อการพัฒนา สังคมของพระพยอมนั้น พบว่า พระสังฆาธิการส่วนใหญ่เห็นด้วย กับการพัฒนาสังคมของพระพยอมในทุก ๆ ด้าน กล่าวคือ ด้าน การเผยแผ่ธรรมะ พระสังฆาธิการส่วนใหญ่เห็นว่า พระพยอม มีความรู้ มีความสามารถ ในการเผยแผ่ธรรมะ ให้เข้าถึง ประชาชนด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับยุคสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ สามารถชักจูงให้ประชาชนเข้าถึงธรรมได้ง่าย ด้านการศึกษา พระสังฆาธิการส่วนใหญ่เห็นว่า พระพยอมได้ให้โอกาสทางการ ศึกษาแก่เยาวชนได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้นนั้น จัด เป็นการกระทำที่ถูกต้องและด้านการสงเคราะห์ประชาชน พระสังฆาธิการส่วนใหญ่ ถึงแม้จะไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ โครงการต่าง ๆ แต่โดยภาพรวมแล้วทราบว่าพระพยอมได้จัดทำ โครงการขึ้นมามากมาย และเห็นว่าโครงการต่าง ๆ ที่พระพยอม ได้จัดทำขึ้นมานั้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับหลักพุทธธรรมแต่อย่างใด กลับจะสอดคล้องกันด้วย ในด้านความเข้าใจในปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนา สังคมนั้น พบว่าพระสังฆาธิการส่วนใหญ่เห็นว่า พุทธศาสนิกชน โดยทั่วไปไม่เข้าใจหลักพุทธธรรมในทางพุทธศาสนากันอย่าง แท้จริง จึงตีความผิดพลาด เช่น ในเรื่องสันโดษ เรื่องการ ทำบุญ เรื่องศีลธรรม เป็นต้น หรือแม้แต่ในหลักพุทธธรรมข้ออื่น ก็ตามที และเมื่อไม่เข้าใจแล้วก็ปฏิบัติผิดหรือไม่ปฏิบัติตามเลย นอกจากนี้แล้วยังมีความเห็นผิดชนิดที่เป็นมิจฉาทิฎฐิอีกด้วย จึงทำให้ไม่มีความรู้ความเข้าใจหลักพุทธธรรม และมองหลัก พุทธธรรมเป็นของล้าสมัยแล้วพัฒนาตนเองและสังคมให้เป็นไป ตามกระแสโลก บริโภควัตถุนิยมจนเกินไปทำให้เกิดปัญหาทาง สังคมและเศรษฐกิจตามมามากมายจนไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะพุทธศาสนิกชนละเลยหลักธรรมคำสั่งสอน ในทางพระพุทธศาสนานั่นเอง ส่วนสถานภาพของพระสงฆ์ใน ปัจจุบันนี้ พระสังฆาธิการส่วนใหญ่เห็นว่า พระสงฆ์ไม่ใช่เป็น กาฝากของสังคม พระสงฆ์ยังมีคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนา สังคมอยู่ และการพัฒนาสังคมของพระพยอมนั้น พระสังฆาธิการ ส่วนใหญ่แม้จะไม่ทราบเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนา แต่เห็นว่า การพัฒนาสังคมดังกล่าวไม่ขัดแย้งกับหลักพระธรรมวินัย ส่วนข้อเสนอแนะของพระสังฆาธิการนั้นพบว่า พระสังฆาธิการ ให้ทัศนะว่าในขณะที่สังคมไทยมีความเปลี่ยนแปลงไป พระสงฆ์ โดยทั่วไปควรตื่นตัวร่วมมือกันพัฒนาสังคมทั้งในด้านการพัฒนา ความเจริญของบ้านเมือง ส่งเสริมการศึกษาของประชาชน ส่งเสริมความอยู่ดีกินดีของประชาชน สงเคราะห์ด้านความ เป็นอยู่ของประชาชน และควรพัฒนาจิตใจของพุทธศาสนิกชน เป็นต้น ถึงแม้พระสงฆ์ส่วนใหญ่จะขาดความพร้อมในบางเรื่อง ก็ตาม แต่พระสังฆาธิการส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ประชาชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่พระสงฆ์จะทำหน้าที่ในการพัฒนา สังคมมากขึ้น และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน นอกจากนี้ พระสังฆาธิการยังให้ข้อเสนอแนะอื่น ๆ เช่น พระสงฆ์ต้อง ปรับปรุงการศึกษาของพระสงฆ์เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ในด้านพระพุทธศาสนาให้กว้างขวางมากขึ้น พร้อมกับส่งเสริม ให้ได้เรียนรู้วิชาการทางโลกเพิ่มขึ้นด้วย ควรแก้ไขปรับปรุง กฎหมายการปกครองของคณะสงฆ์ให้สอดคล้องกับสภาพความ เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ทำงานพัฒนา สังคมเพิ่มขึ้น และต้องการให้คณะสงฆ์หามาตรการป้องกัน พระสงฆ์ที่ประพฤตินอกธรรมวินัย เพื่อให้พระสงฆ์บำเพ็ญตน ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้น
บทคัดย่อ(English) Not Available
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง



© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.