รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และกระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดสถานภาพทรัพยากรแหล่งหินปูนเพื่อการพัฒนา กรณีศึกษา จังหวัดราชบุรี
APPLICATION OF GEOGRAPHIC INFORMATION SYSTEM AND PARTICIPATION TO IDENTIFY THE LIMESTONE RESOURCE STATUS FOR DEVELOPMENT: RATCHABURI PROVINCE
ชื่อนิสิต สุธิดา เปี่ยมวิริยวงศ์
Sutida Piamviriyawong
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ปิยะกาญจน์ เที้ยธิทรัพย์, วท.ม. (เทคโนโลยีการบริหารสิ่งแวดล้อม)ประพฤติ เกิดสืบ, วท.ม. (เทคโนโลยีการบริหารสิ่งแวดล้อม)
Piyakarn Teartisap, M.Sc. (Technology Of Environmental Management)Prapeut Kerdsueb, M.Sc. (Technology Of Environmental Management)
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม)
Master. Science (Appropriate Technology for Resources and Environmental Development)
ปีที่จบการศึกษา 2548
บทคัดย่อ(ไทย) งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และกระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดสถานภาพทรัพยากรแหล่งหินปูนเพื่อการพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ข้อแรกเพื่อศึกษาปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการกำหนดสถานภาพแหล่งหินปูน วัตถุประสงค์ข้อที่สองเพื่อศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ร่วมกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการกำหนดสถานภาพแหล่งหินปูน และวัตถุประสงค์ข้อสุดท้ายคือการมีส่วนระดับท้องถิ่นต่อการกำหนดพื้นที่แหล่งหินปูนเพื่อการพัฒนา เพื่อเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้สามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างสูงสุด ผลการวิจัยจากการรวบรวมปัจจัยที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งสอบถามความคิดเห็นของนักวิชาการ และทำการรวบรวมข้อมูลในการวิเคราะห์แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ โดยการแปลงค่าความสัมพันธ์หาค่าน้ำหนักความสำคัญเชิงเปรียบเทียบของปัจจัยแต่ละคู่แบบเมทริกซ์ ทั้งหมด 8 ปัจจัย พบว่าปัจจัยที่มีความสำคัญสูงสุด ได้แก่ พื้นที่อนุญาตประกอบการแหล่งแร่ (0.188) รองลงมาได้แก่ พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำและแหล่งน้ำ (0.170), แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม (0.152), เส้นทางการคมนาคม (0.130), การใช้ประโยชน์ที่ดิน (0.107),การใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ (0.106) ความลาดชันของพื้นที่ (0.087) และพื้นที่แหล่งชุมชน (0.061) เพื่อนำไปสู่กระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการกำหนดสถานภาพแหล่งหินปูน การวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสถานภาพแหล่งหินปูนที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ มีพื้นที่เท่ากับ354.58 ตร.กม. หรือร้อยละ 33.52 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่ในบริเวณตำบลรางบัว อำเภอจอมบึงจังหวัดราชบุรี ซึ่งเมื่อดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่นจากตัวแทนสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัวด้วยเทคนิค AIC พบว่า ท้องถิ่นมีความต้องการพัฒนาพื้นที่แหล่งหินปูนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง และเห็นชอบต่อกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ด้วยวิธีดังกล่าวโดยให้ประชาชนในระดับท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่อพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
บทคัดย่อ(English) The purposes of this research were to study the accuracy of the Geographic Information Systemsoftware in identifying potential for development of limestone resources. The GIS was checked forvalidity by utilizing public support to gather corresponding data from the field. The first step in the researchwas to identify potential environmental impact factors in limestone resource development using the GIS.The second step was to study the Analytic Hierarchy Process model by applying the pairwise comparisonmethod with the GIS. The final step was sending local administrators to gather data from the targetedareas for comparison, in order to promote an appropriate and efficient usage of resources leading to basicsustainable resource management. The results of the research encompassed environmental impact factors, questionnaire, data collection,and data analysis. A comparative importance matrix of the eight factors was created from a summary ofthe data and expert opinion. Pairwise comparison matrix was subsequently computed to reduce the datadimension and to highlight the relative importance of each affecting factor prior to weight extraction. Thehighest weight was the type of mineral concession (0.188), next was watershed and water (0.170), tourismsite and heritage (0.152), transportation (0.130), land use (0.107), forest use (0.106), slope (0.087) andcommunity area (0.061), respectively. The AHP model was applied using GIS processing. This research showed that the most appropriate areas for development measured 354.58 km2or 33.52% of the total area. Most of the areas are located at Rangbua sub-district of Jombung district in Ratchaburiprovince or in the central area of the Ratchaburi province. And due to the public participation study byAIC process at Rangbua Sub-district Administrative Organization, the results show that the local administratorsupports limestone resource development in the potential areas to realize actual development.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 122 P.
ISBN 974-04-6870-5
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ LIMESTONE RESOURCE, GIS, AHP MODEL, PAIRWISE COMPARISON METHOD, PATICIPATION
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.