รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถงานนอกระบบ: กรณีศึกษาแรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล
COMPETENCY DEVELOPMENT APPROACHES ADDRESSING WORKERS IN THE INFORMAL SECTOR: A CASE STUDY OF THE THAI TRADITIONAL MASSAGERS AT TOURIST SEASIDE RESORTS
ชื่อนิสิต สุรภี เหมวนิช
Surapee Hemvanich
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา เนาวรัตน์ พลายน้อย, กศ.ด.ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์, ร.ด.สุรพล ปธานวิช, Ph.D.
Nawarat Phlainoi, Ed.D.Chaiyon Praditsil, Ph.D.Surapone Ptanawanit, Ph.D.
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. (ประชากรศึกษา)
Ph.D. (Population Education)
ปีที่จบการศึกษา 2548
บทคัดย่อ(ไทย) การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการดำรงอยู่ของแรงงานนอกระบบ คือ แรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล ที่สามารถนำเอาทุนทางวัฒนธรรมการนวดไทยที่มีมาในอดีตมาปรับเปลี่ยนเป็นอาชีพเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการปรับตัวของแรงงานไทยในยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้สามารถอยู่ได้ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม โดยจะศึกษาองค์ประกอบภูมิหลัง ขีดความสามารถ (Competency) ที่จำเป็นและแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล ผลการศึกษา จากกลุ่มตัวอย่างแรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลจำนวน 219 คน ที่หาดป่าตองจังหวัดภูเก็ต; เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง; และหาดนาจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พบว่า แรงงานนวดไทยเป็นเพศหญิงร้อยละ 87.2 เพศชายร้อยละ 12.8 ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออก ร้อยละ 40.7ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 32.4 อาชีพสุดท้ายก่อนเข้ามาสู่อาชีพแรงงานนวดไทย ร้อยละ 47.9 จะเป็นอาชีพทำไร่ ค้าขาย เสริมสวยและแม่บ้าน แรงงานผู้ประกอบอาชีพนวดไทยมานานที่สุด คือ 30 ปี มีรายได้เฉลี่ย/คน/เดือนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ต่ำสุด 3,000 บาท สูงสุด ประมาณ 120,000 บาท นอกฤดูกาลท่องเที่ยวมีรายได้ ต่ำสุด 800 บาทและสูงสุดประมาณ 36,000 บาท ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องนวดไทยจากบิดามารดา ครูอาจารย์ และญาติผู้ใหญ่ร้อยละ 46.6 และร้อยละ 88.6 ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ แรงดึงดูดของการเข้าสู่อาชีพนี้คือ ต้องการมีฐานะที่ดีขึ้นและต้องการยึดเป็นอาชีพหลัก แรงผลักดันที่เข้าสู่อาชีพคือความจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อจุนเจือครอบครัวขีดความสามารถ (Competency) ของแรงงานนวดไทยที่ประสบความสำเร็จในอาชีพจะใช้ทักษะ (Skills) ได้แก่ความสะอาด การเอาใจลูกค้า ความชำนาญในการนวด ความสามารถในการใช้ภาษา การคิดสรรหาบริการเสริมจากการนวด การบริการที่ดี ขีดความสามารถด้านเจตคติ (Attitude) ได้แก่ การมีอัธยาศัยยิ้มแย้ม อดทน ซื่อสัตย์ ขยันรักในอาชีพ ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่จำเป็นมากกว่าขีดความสามารถ (Competency) ด้านความรู้ในวิชาชีพนวด(Knowledge) แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานนวดกลุ่มนี้ ประกอบด้วย แบบเป็นทางการคือ การอบรมความรู้เกี่ยวกับวิชานวดไทยจากภาครัฐ ร้อยละ 50.7 กับการพัฒนาแบบไม่เป็นทางการอันประกอบด้วย การฝึกฝนขีดความสามารถด้านความชำนาญด้วยตนเองจากสิ่งที่ผู้ใช้บริการบอกกล่าวหรือแนะนำ ร้อยละ 53.9 และจากการสังเกตการนวดจากผู้ชำนาญแล้วทดลองปฏิบัติ รวมทั้งสอบถามเพื่อนร่วมอาชีพ ร้อยละ 39.3 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารที่เกี่ยวข้องร้อยละ 3.6 ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ คือ ทุนทางธรรมชาติและระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม ทุนทางวัฒนธรรม คือ ความมีน้ำใจ มารยาทที่นุ่มนวล การมีจิตสำนึกในการบริการและค่ายริการที่มีราคาถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับการให้บริการนวดในแหล่งบริการอื่นๆ ข้อเสนอแนะ หากจะพัฒนาแรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลให้เป็นมืออาชีพ ภาครัฐควรจัดสรรงบประมาณในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านความรู้วิชานวดไทย ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดจนจริยธรรมในการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการทดสอบฝีมือแรงงานนวดไทยเพื่อยกระดับให้มีมาตรฐานฝีมือแรงงานนวดแห่งชาติ รวมทั้งการพัฒนาทักษะการใช้ภาษา และการพัฒนาแนวทางการประกอบอาชีพของแรงงานนวดไทยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบที่รักษาทุนทางวัฒนธรรมการนวดไทยให้ดำรงอยู่
บทคัดย่อ(English) This investigation was to study the existence of workers in the informal sector; Thai traditional massagers attourist seaside resorts. These workers were able to adopt the cultural capital of massage in the past to develop acareer and make profit from tourism. This is an important example of one way in which Thai people are usingtraditional idea to help make a living in the contemporary global environament. The studies engulfed personalbackgrounds, necessary competency and approaches to improve competency of the Thai traditional massagersat the tourist seaside resorts. The total sample size was 219 people. The main areas studied were Patong, Phuket Province; Koh, Samed,Rayong Province; and Na Jomtien beach, Muang Pattaya, Chonburi Province. It was found that 87.2% of theThai massagers were female and 12.8% were male. There were 40.7% lived in the eastern region, and 32.4% inthe northeast. The recent careers of 47.9% of respondents before becoming Thai traditional massagers werefarmer, trader, beauty consultant, and housewife. The longest duration in the massage career was 30 years withthe lowest income per head per month during the high season equal to 3,000 Baht; and the highest was 120,000 Baht.The lowest income during the low season was 800 Baht and the highest was 36,000 Baht. There were 46.6%of the sample who obtained their massage knowledge from their parents, teachers, and cousins; and 88.6% whoowned no license to practice medicine. Motivation to enter this career was to be richer to support their familiesand to have a permanent career. The competencies that the massagers thought were important were cleanliness,attentiveness, massage expertise, communication skills, additional service from massage, and good service. Factorsrelating to "attitude" were smiling, endurance, honesty, diligence, career-oriented. The approaches used toimprove competency were training organized by the government (50.7%) and.informal development byself-training from information from recipients (53.9%) observing the experts (39.3%) and inquires fromcolleagues, including from documents (3.6%). Factors indentified as supporting success in the career were thenature of the service environment: the service, which included generosity, courtesy, and being service-minded:and offering a reasonable price compared to other kinds of massage service. It is recommended that for the Thai traditional massagers at tourist seaside resorts to be developed intoprofessionals, the government sectors should allocate budgets for training to consistently improve competency,English use and professional ethics. A skills test should be organized in order to upgrade to the national massagestandards of the Thai traditional massagers at tourist seaside resorts who retains the existence of the culturalcapital of Thai traditional massage.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 252 P.
ISBN 974-04-7100-5
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ COMPETENCY, WORKERS IN THE INFORMAL SECTOR, THAI TRADITIONAL MASSAGERS, TOURIST SEASIDE RESORTS
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.