รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การเปรียบเทียบประสิทธิผลของการใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลกับการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์ในภาพยนตร์โฆษณาสินค้าประเภทที่มีความเกี่ยวพันสูง
A COMPARISON OF EFFECTIVENESS BETWEEN THE USE OF RATIONAL AND EMOTIONAL APPEALS INHIGH INVOLVEMENT PRODUCT'S TV COMMERCIALS
ชื่อนิสิต เอกลักษณ์ จรัญวาศน์
Ekaluch Charanvas
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ผศ ดร ม ล วิฏราธร จิรประวัติ
Asst Prof M L Vittratorn Chirapravati Ph D
ชื่อสถาบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. นิเทศศาสตร์ (การโฆษณา)
Master. Arts (Advertising)
ปีที่จบการศึกษา 2543
บทคัดย่อ(ไทย) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของการใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลและจุดจูงใจเชิงอารมณ์ในภาพยนตร์โฆษณาสินค้าประเภทที่มีความเกี่ยวพันสูง โดยเปรียบเทียบในเรื่องการระลึกได้ ความเข้าใจในสาระสำคัญ ความคิดเห็นที่มีต่อโฆษณา ความรู้สึกชอบ และความตั้งใจที่จะซื้อสินค้าที่โฆษณา ในการวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ขายและกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน อายุระหว่าง 20-60 ปี โดยเชิญเข้าร่วมการทดลองตามความสมัครใจ เมื่อได้แล้วแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่รับชมชมเฉพาะโฆษณาที่ใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลเพศชาย กลุ่มที่รับชมเฉพาะโฆษณาที่ใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลเพศหญิง กลุ่มที่รับชมโฆษณาที่ใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์เพศชาย และกลุ่มที่รับชมโฆษณาที่ใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์เพศหญิง จากนั้นทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างชมวีดีทัศน์ของรายการโทรทัศน์สลับกับภาพยนตร์โฆษณาที่ต้องการทดลองและใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ค่าทางสถิติพื้นฐาน โดยสถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและหาค่า T-TEST เพื่อทดสอบสมมติฐานหลักที่ตั้งไว้ ผลการวิจัยสรุปตามสมมติฐานพบว่า 1. การใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลก่อให้เกิดการระลึกได้ในภาพยนตร์โฆษณาได้แตกต่างจากการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งยืนยันสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์ก่อให้เกิดการระลึกได้ในภาพยนตร์โฆษณาได้มากกว่าการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย 2. การใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลก่อให้เกิดความเข้าใจในสาระสำคัญที่ภาพยนตร์โฆษณาพยายามนำเสนอได้มากกว่าการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งยืนยันตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3. การใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีโดยรวมที่มีต่อสินค้าและภาพยนตร์โฆษณาได้มากกว่าการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งยืนยันตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลการเปรียบเทียบผลทดลองระหว่างกลุ่มเพศชาย นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์สามารถสร้างทัศนคติที่ดีโดยรวมที่มีต่อสินค้าและภาพยนตร์โฆษณาในกลุ่มผู้หญิงได้มากกว่ากลุ่มผู้ชาย 4. การใช้จุดจูงใจเชิงเหตุผลไม่ได้ก่อให้เกิดความตั้งใจที่จะซื้อสินค้าที่นำเสนอในภาพยนตร์โฆษณาได้มากกว่าการใช้จุดจูงใจเชิงอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งปฏิบัติสมมติฐานที่ตั้งไว้
บทคัดย่อ(English) This study is an experimental research. Its objectives are to comparethe effectiveness of rational appeal and emotional appeal in highinvolvement product's TV commercials on the basis of; (1) recall (2)comprehension (3) attitude toward brand and TVCs, and (4) purchase intent. One hundred samples, 50 working men and 50 working women aged rangesfrom 20-60 with monthly income 10,000 baht and above, were voluntarilyrecruited. All samples were categorized into 2 groups: two experimentalgroups viewed either rational commercials or emotional commercials andbeing the control group of each other. Each group was divided into 2sub-groups; 25 male and 25 female respondents with rational ad exposure andemotional ad exposure treatment. Frequency, percentage, mean scores and t-test were the statisticsapplied to analyze the data to SPSS window for testing all hypothesis.Results are as follows: 1. The use of emotional appeal can create greater recall inadvertisements than the use of rational appeals in high involvementproduct's TV commercials. 2. The use of rational appeals can create greater comprehensiveeffectiveness in advertisements than the use of emotional appeals in highinvolvement product's TV commercials. 3. The use of rational appeals can create greater favorable attitudeeffectiveness in advertisements than the use of emotional appeals in highinvolvement product's TV commercials, especially within male groups.Furthermore, the use of emotional appeals can create greater female'sfavorable attitude towards TV commercials than male. 4. There is no significant between the use of rational appeals andthe use of emotional appeals in creating intention to buy in highinvolvement product's TV commercials.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 331 P.
ISBN 974-13-0741-1
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ ADVERTISING, TV COMMERCIAL EXPERIMENT, COMPARISON OF EFFECTIVENESS, RATIONAL APPEAL, EMOTIONAL APPEAL, HIGH INVOLVEMENT PRODUCTS, SEX
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.