รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ สถานะและการเปลี่ยนแปลงของการนวดแผนไทย : กรณีศึกษาโรงเรียนฝึกนวดแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร
STATUS AND CHANGE OF THAI MASSAGE: A CASE STUDY OF THAI TRADITIONAL MASSAGE TRAINING SCHOOL IN BANGKOK
ชื่อนิสิต ภาวิณี สุทธิเกษม
Pawinee Suttikasem
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ลือชัย ศรีเงินยวง Ph D พิมพวัลย์ บุญมงคล Ph D
Luechai Sringernyaung Ph D Pimpawan Boonmongkol Ph D
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol Univerisity. Bangkok. (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข)
Master. Arts (Medical and Health Social Science)
ปีที่จบการศึกษา 2545
บทคัดย่อ(ไทย) การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาสถานะและการเปลี่ยนแปลงของการนวด แผนไทยในปัจจุบัน โดยศึกษาในโรงเรียนฝึกนวดในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยครูฝึกนวด ซึ่งจะพิจารณาปัจจัยทางประชากร ลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจ ประสบการณ์และความเชื่อเกี่ยวกับการนวดแผนไทย รวมถึงความคาดหวังต่อบทบาทการฝึก นวดด้วย นอกจากนี้ ยังศึกษาในกลุ่มผู้รับการฝึกนวด ในด้านปัจจัยทางประชากร ลักษณะ ทางสังคมเศรษฐกิจ ประสบการณ์และความเชื่อเกี่ยวกับการนวดแผนไทย เหตุผลการมาฝึกนวดและ ความคาดหวังต่อภาพพจน์และบทบาทของหมอนวด ท้ายที่สุด จะวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อการเปลี่ยนแปลงการนวดแผนไทย วิธีการศึกษามี 2 วิธี คือ การสังเกตการณ์อย่างมี ส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการฝึกนวดในปัจจุบันเปลี่ยนไป เนื่องจากอิทธิพลของ โลกาภิวัฒน์ ซึ่งมีผลต่อการปรับตัวของการนวดแผนไทย ปัจจุบันโรงเรียนฝึกนวดกลายเป็น ธุรกิจซึ่งทำเงินมหาศาล โรงเรียนมีการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นระบบ มากขึ้น มีการจัดพิมพ์ตำราหลายภาษา ปรับปรุงการฝึกโดยเน้นเฉพาะเทคนิคการนวด ไม่เข้มงวดในการสอนมารยาทจริยธรรม อีกทั้งความสัมพันธ์ของครูกับศิษย์ก็เปลี่ยนไป ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ทั้งโรงเรียนและครูฝึกต่างก็ต้องปรับตัวไปตามกลุ่มผู้เรียน ซึ่งเปรียบเหมือนลูกค้า ฉะนั้น ทั้งประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย ต้องตระหนัก ถึงการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของวัฒนธรรมดังกล่าว และหาทางกำหนดทิศทางการพัฒนา การนวดแผนไทยให้เติบโตไปในแนวทางที่เหมาะสม โดยไม่เสื่อมเสียคุณค่าทางวัฒนธรรม
บทคัดย่อ(English) The main objective of this study is to focus on status and changes of thai massage by study in thai massage training school in Bangkok. The samples is thai massage trainers, regarding to demographic, socio-economic characteristics, experiences and beliefs of Thai massage and also expectation in role of massage training. In addition, also study Thai massage trainees in demographic, socio-economic background, experiences and beliefs in Thai massage, reasons of learning and expectation of image and role of Thai masseur. Finally, explain the factors which influenced Thai massage changing. The methods of this study are participant observation and in-dept interview. The result of this study indicate that patterns of Thai massage practice is changing ; Impact of globalization, affected to change of concepts of health and new identities, which influenced to adapt of Thai massage. The Thai massage training school became business that can make enormous money. The learning lessons are more systematically and shortly arranged by separating each kind of thai massage, have using books several languages, practice only massage technique and do not teach about ethics and manners, The relationship of teachers and students are affected of economic factors. The school and trainers must adapt themselves to trainees. Both people and the policy maker must aware of cultural characteristics of Thai massage and develop it in properly way to maintain real values.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-04-2141-5
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 150 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ SOCIAL CHANGE, TRADITIONAL THAI MASSAGE, MASSAGE TRAINING SCHOOL
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.