| ชื่อวิทยานิพนธ์ |
การศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพการบริหารการเงินของธนาคาร พาณิชย์ระหว่างธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทยกับธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวต่างชาติ Not Available |
| ชื่อนิสิต |
นิศา เชียรเตชากุล Not Available |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา |
ผศ อิงอร ตั้นพันธ์ |
| ชื่อสถาบัน |
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย Kasem Bundit University. Bangkok (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา |
วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. (บริหารธุรกิจ) Not Available |
| ปีที่จบการศึกษา |
2542 |
| บทคัดย่อ(ไทย) |
การศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพการบริหารการเงินของธนาคารพาณิชย์ระหว่าง บริษัทธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทยกับบริษัทธนาคาร เอเชีย จำกัด (มหาชน) ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวต่างชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจและเปรียบเทียบระบบการบริหารการเงินระหว่างธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทยกับธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น ชาวต่างชาติขอบเขตการศึกษาเป็นการศึกษาโดยใช้ข้อมูลเปรียบเทียบของทั้ง 2 ธนาคาร ศึกษาเฉพาะนโยบายการบริหารการจัดองค์การรวมถึงการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการ เงิน โดยอาศัยข้อมูลการเงินเฉพาะปี 2541 และเน้นการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เนื่อง จากข้อมูลในเชิงปริมาณมีข้อจำกัดด้านงบการเงิน (ธนาคารเอบีเอ็ม แอมโรเข้ามาถือหุ้นในบมจ.ธนาคารเอเชีย ในปี 2541) วิธีการดำเนินการศึกษาใช้วิธีวิเคราะห์เชิงคุณภาพ โดยการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิมาทำการวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎี วิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์การอุตสาหกรรมและคู่แข่งรวมทั้งการวิเคราะห์ SWOT และการวิเคราะห์ในเชิงปริมาณโดยอาศัยงบการเงินของปี 2541 มาทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราส่วนทางการเงิน(Financial Ratios) ที่สำคัญเพื่อทราบถึงอัตราส่วนวิเคราะห์ วิเคราะห์ความคล่องตัวทางการเงิน อัตราส่วนวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์อัตราส่วนวิเคราะห์ในการก่อหนี้อัตราส่วนวิเคราะห์ความสามารถในการหากำไรและอัตราส่วนสำหรับผู้ถือหุ้นโดยนำเสนอในรูปตรางเปรียบเทียบและทำการวิเคราะห์ในเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า บมจ.ธนาคารทหารไทยมีจำนวนสาขามากเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ ถึงศักยภาพในฐานลูกค้าได้กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเป็นกลยุทธ์ในการ ดำเนินธุรกิจทำให้มีส่วนแบ่งตลาดสำหรับฝากและสินเชื่อมากในขณะนี้จึงถือได้ ว่าเป็นองค์การที่มีขนาดใหญ่ทั้งทรัพย์สินและพนักงานจนดูเหมือนว่าการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพเพราะขาดความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนนโยบายขององค์การสำหรับ บมจ.ธนาคารเอเชียได้ใช้เทคโนโลยีและสินค้าใหม่ๆ รวมทั้งการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในสาขาและเครือข่ายที่มีอยู่เดิมเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันกับ ธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทย ส่วนการเปรียบเทียบระบบการบริหารการเงินของทั้ง 2 ธนาคารซึ่งดูจากงบการเงินในปี 2541 จะมีลักษณะใกล้เคียงกันโดยพบว่าอัตราส่วนความคล่องตัวทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดีมีการมุ่งระดมเงินฝากในประเทศมากกว่าเงินฝากต่างประเทศ พร้อมทั้งชำระเงินกู้ต่างประเทศด้วยส่งผลให้ธนาคารมีสภาพคล่องดี ส่วนอัตราส่วนประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์อัตราส่วนความสามารถในการก่อหนี้ อัตราส่วนในการหากำไรและอัตราส่วนสำหรับผู้ถือหุ้นนั้นโดยรวมถือว่าไม่ดีสาเหตุเนื่องมาจากผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่ผ่านมา ตลอดจนปัญหาหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงจนทำให้ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้การปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังไม่คืบหน้าภายใต้ความกดดันจากมาตราการเข้มงวดในการตั้งเงินกองทุนตามเกณฑ์ BIS ของธนาคารแห่งประเทศการตั้งสำรองการชั้นหนี้และปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขี้นซึ่งส่งผลให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีผลการดำเนินขาดทุนทั้งระบบหลังจากการศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพการบริหารการเงินของธนาคารพาณิชย์ระหว่างธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทยกับธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น ชาวต่างชาติ สามารถสรุปได้ว่า บมจ. ธนาคารเอเชียซึ่งเป็นธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวต่างชาติมีศักยภาพในการบริหารการเงินดีกว่า บจม.ธนาคารทหารไทยที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวไทยโดยมีความได้เปรียบในด้านโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่ง มีการจัดโครงสร้างการบริหารตามลักษณะงาน และธุรกิจและการนำ เทคโนโลยีมาใช้ในระบบการทำงานรวมทั้งนำมาใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดและบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น |
| บทคัดย่อ(English) |
Not Available |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ |
|
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ |
60 P. |
| ISBN |
|
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ |
|
| คำสำคัญ |
ธนาคาร -- การบริหาร, ธนาคารและการธนาคาร, การเงิน, การศึกษาเปรียบเทียบ |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|