| รายละเอียดวิทยานิพนธ์ | |
| ชื่อวิทยานิพนธ์ | การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง "นางนากพระโขนง" A Comparative of Nang Nak Prakhanong |
| ชื่อนิสิต | พาณี ศรีวิภาค Panee Srivibhata |
| ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา | รศ กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์ Asso Prof Kanyarat Vechasat |
| ชื่อสถาบัน | มหาวิทยาลัยศิลปากร. บัณฑิตวิทยาลัย Silpakorn University. Nakornpathom. (Thailand). Graduate School. |
| ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา | วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. อักษรศาสตร์ (ภาษาไทย) Master. Arts (Thai) |
| ปีที่จบการศึกษา | 2545 |
| บทคัดย่อ(ไทย) | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่องนางนาก พระโขนงสำนวนต่างๆ ในด้านจุดมุ่งหมายรูปแบบการประพันธ์ เนื้อเรื่อง ตัวละคร ฉาก กลวิธีในการแต่ง ลักษณะการใช้ภาษา แบบเรื่อง อนุภาค และวิเคราะห์เชิง สังคมโดยการศึกษาข้อมูลที่เป็นสำนวนลายลักษณ์ จำนวน 9 สำนวน ผลการศึกษาพบว่าด้านจุดมุ่งหมายในการแต่งแยกได้เป็นสำนวนที่แต่งเพื่อ เล่าเรื่องและสำนวนที่แต่งเป็นบทเพื่อการแสดงซึ่งทำให้เกิดความบันเทิงใจแก่ผู้ อ่านผู้ชม ด้านของรูปแบบการประพันธ์ มีการแต่งเป็นเรื่องเล่า 6 สำนวนและแต่ง เป็นบทเพื่อใช้ในการแสดง 3 สำนวน ด้านโครงเรื่องมี 2 แบบ คือ แบบแรกเป็นเรื่อง ของชายผู้หนึ่งที่เมาสุราหลับไปและฝันเป็นเรื่องเป็นราวว่าภรรยาของตนคลอดลูก ตายแต่วิญญาณได้ปรากฎร่างและใช้ชีวิตอยู่กับตน เมื่อตื่นมาก็คิดว่าเรื่องที่ตน ฝันนั้นเป็นเรื่องจริงส่วนแบบที่สองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภรรยาคลอดลูกตายแต่ ยังคงมีความรักและผูกพันกับสามี จึงมาปรากฎร่างและใช้ชีวิตอยู่กับสามีโดยที่ สามีไม่ทราบ แต่ในที่สุดสามีก็ทราบความจริง ด้านเนื้อเรื่องพบว่าส่วนใหญ่ มีเนื้อเรื่องเหมือนกันแต่มีรายละเอียดที่ต่างกันเนื่องจากขึ้นอยู่กับจินตนาการ ของผู้แต่งแต่ละคนที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจ ด้านตัวละคร มีตัวละครหลัก เหมือนกันทุกสำนวน ได้แก่ ตัวละครที่เป็นสามีและภรรยาซึ่งเป็นตัวละครเอกของ เรื่อง ส่วนตัวละครประกอบที่มีคล้ายกันคือ ตัวละครพระสงฆ์และเณรซึ่งเป็นผู้มี วิชาในการปราบผีหรือเป็นผู้ให้ข้อคิดในทางธรรมแก่ผีผู้หญิง ตัวละครประกอบอื่นๆ นอกจากที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นพบว่ามีความแตกต่างกัน และอาจมีบทบาทมากบ้างน้อย บ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและความยาวของแต่ละสำนวน ด้านกลวิธีในการแต่ง พบว่ามีอยู่สำนวนเดียวที่มีการแต่งโดยให้ตัวละครเอกที่เป็นสามีฝันว่าภรรยาตาย และเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ส่วนอีก 8 สำนวนใช้กลวิธีในการแต่งเหมือนกันคือให้ ตัวละครเอกที่เป็นสามีประสบเหตุการณ์ต่างๆ โดยตรง วิธีการเล่าเรื่องนั้น ส่วน ใหญ่เล่าเรื่องตามลำดับปฎิทิน ด้านการใช้ภาษา มีการใช้ถ้อยคำที่เป็นภาษาพูดหรือ เป็นถ้อยคำธรรมดาสามัญ เพราะวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นเรื่องของตัวละครที่มี สถานภาพเป็นชาวบ้านหรือชนชั้นสามัญชน ด้านโวหารที่พบส่วนใหญ่มักใช้บรรยายโวหาร และพรรณนาโวหาร ส่วนการใช้ภาพพจน์พบว่ามีการใช้ภาพพจน์อุปมาในบางสำนวน ผลการเปรียบเทียบแบบเรื่องและอนุภาคพบว่ามีทั้งลักษณะที่คล้ายคลึงกับ แบบเรื่องและอนุภาคที่เป็นสากลและมีส่วนที่แตกต่างกัน การที่มีความแตกต่างกัน นั้นก็เนื่องมาจากสังคมไทยพื้นฐานความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผี ตลอดจน ขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกับสังคมตะวันตก การวิเคราะห์ในเชิงสังคมได้สะท้อนให้เห็นลักษณะที่ร่วมกันในด้านสังคม ประเพณี และความเชื่อ ส่วนความแตกต่างนั้นเป็นเรื่องของรายละเอียด ซึ่งขึ้น อยู่กับความคิดและจินตนาการของผู้แต่งแต่ละคนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะสำนวนที่แต่ง ในยุคปัจจุบันพบว่ามีการให้รายละเอียดในด้านที่สะท้อนสภาพสังคมได้มากและเด่น ชัดกว่าสำนวนที่แต่งในยุคต้นๆ เพราะมีจุดมุ่งหมายที่แต่งเพื่อนำไปใช้ในการแสดง จึงมุ่งที่จะสร้างสรรค์บรรยากาศให้เกิดความสมจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมให้วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมได้ มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้นอกจากจะได้รับความหฤหรรษ์จากเรื่องที่เกี่ยวกับผีหลอกแล้ว ยังได้รับความรื่นรมย์จากการได้ซึมซับบรรยากาศของสังคมไทยในสมัยก่อนไปพร้อม กันด้วย |
| บทคัดย่อ(English) | The objective of this research is to compare variants of literary work of Nang Nak Prakhanong. The analysis focuses on objective, structure, plot, setting, characters, techniques, language usage, tale type, motif and social analysis. This research studies nine different versions of Nang Nak which are divided into the stories. The study has found out that the purpose are written for reading and for the performances. In terms of the written texts, six of them are considered as narrative versions and the other three written for the performances. There are two different plots: the first is about a drunkard who dreams and seems to think that all events become real. The second is the story of a wife who died of giving birth. Still, she loves her husband so much that she, as a ghost, comes to live with her husband. He however, doesnt realize that his wife is not a human being. Eventually, he knows the truth. Most versions share the same content, still the differences depend upon each authors creativity. In terms of the characters, all versions have the same couple as the main characters. For other similar characters are monk and novice who can catch the ghost or give moral lessons to this female ghost. The rest of the characters are different, depending on the content and the length of each version. About the techniques, it is found out that there is only one version that all events come from the husbands dreams. For other eight versions, the husband plays the role in the story by himself. Most versions have chronological order. The language usage in most versions is the spoken language since this story is about the life of the ordinary people. Descriptive and narrative rhetorics are found in most versions. However, in some versions, they contain simile. The study of tale type and motif illustrates both similarities and differences. The differences base on background, beliefs of ghost, traditions, and cultures which are different from western society. The social analysis of these nine versions reflects the similarity of societies, traditions and beliefs. The differences appear in minor details based on the authors creativity. The versions created in recent period contain more details than those created in the past. The purpose is for the performances. In so doing, the audience will be entertained and be put into the atmosphere of the past. |
| ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ | 974-653-683-4 |
| จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ | |
| ISBN | 245 P. |
| สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์ | |
| คำสำคัญ | NANG NAK PRAKHANONG, A COMPARATIVE STUDY, นางนากพระโขนง, การศึกษาเปรียบเทียบ |
| วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง |
|

