รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การรักษาโรคกระพั้น หละ และซางโดยการกวาดยา : กรณีศึกษาหมอกวาดยาตำบลกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
MANDLE PAINT A TRADITIONAL THAI MEDICINE FOR URI AND DI DISEASE: A CASE STUDY OF A FOLK HEALER IN KUIBURI SUBDISTRICT, KUIBURI DISTRICT, PRACHUAPKHIRIKHAN PROVINCE
ชื่อนิสิต พาณีพันธุ์ ฉัตรอำไพวงศ์
Paneepan Chatampaiwong
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ เสาวภา พรสิริพงษ์ ศศ บ สษ ม อ พรทิพย์ อุศุภรัตน์ ศศ บ ศศ ม พญ เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ พบ M P H M
Saowapa Pronsiripong M A Pronthip Usuparat M A Pennapa Subcharoen M D M P H M
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (วัฒนธรรมศึกษา)
Master. Arts (Cultural Studies)
ปีที่จบการศึกษา 2542
บทคัดย่อ(ไทย) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติและภูมิหลังของหมอกวาดยา องค์ความรู้ ในการรักษาโรคการอธิบายโรคและกระบวนการรักษาโรคกระพั้น หละ และซางของหมอกวาดยา ระบบความคิด ความเชื่อ การอธิบายสาเหตุของการเกิดโรคกระพั้น หละ และซางในทัศนะของ ชาวบ้าน หมอแผนโบราณ และแพทย์แผนปัจจุบัน ตลอดจนศึกษาปัจจัยทางวัฒนธรรมที่มีผลต่อการ ดำรงอยู่ของหมอกวาดยา โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบ ด้วยหมอกวาดยาจำนวน 1 ราย ผู้ปกครองของเด็กที่ป่วยด้วยโรคกระพั้น หละ และซาง จำนวน 60 ราย, หมอแผนโบราณ 2 ราย และแพทย์แผนปัจจุบัน 3 ราย ใช้เวลาในการเก็บข้อมูลในพื้นที่ ศึกษาทั้งสิ้น 6 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.2541 - เม.ย.2542 ผลการศึกษาพบว่า หมอกวาดยาเรียนรู้การเป็นหมอกวาดยาจากบิดาของตนเอง โดยวิธีการ จดจำจากประสบการณ์ที่ได้พบเห็นในชีวิตประจำวัน ส่วนองค์ความรู้ในการอธิบายโรคนั้นหมอกวาดยา หมอแผนโบราณ และชาวบ้านมีความเชื่อตรงกันว่าโรคกระพั้น หละ และซางเป็นโรคที่เกิดจาก ธรรมชาติและอำนาจเหนือธรรมชาติ สำหรับการรักษาที่เหมาะสมนั้นหมอกวาดยา และชาวบ้านมี ความเชื่อตรงกันว่าต้องรักษาโดยการกวาดยาเท่านั้นจึงจะหายจากโรคได้ ในขณะที่ทางการแพทย์ แผนปัจจุบันถือว่า โรคเหล่านี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ถ้าปล่อยทิ้วไว้ให้โรคดำเนินไป ก็สามารถหายเองได้ ส่วนการกวาดยานั้น หากปรับปรุงวิธีการกวาดยาให้สะอาดขึ้น ก็สามารถรักษา โรคดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีข้อแนะนำว่าไม่ควรทำการกวาดยาให้กับทารกเท่านั้น จาก การศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงอยู่ของหมอกวาดยานั้นได้แก่ (1) ระบบความคิดความเชื่อในเรื่องโรคกระพั้น หละ และซางของชาวบ้าน และหมอ กวาดยาตรงกัน (2) การกวาดยามีประสิทธิผลในการรักษา ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพเด็กไม่ให้เป็น โรคกระพั้น หละ และซางได้ (3) รูปแบบการให้บริการของหมอกวาดยา สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน (4) ค่าใช้จ่ายในการรับบริการไม่แพง (5) ชาวบ้านมีความเชื่อถือศรัทธาในตัวของหมอกวาดยา (6) การกวาดยาเป็นแบบแผนในการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพเด็กของชาวบ้านในอำเภอ กุยบุรี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
บทคัดย่อ(English) The purpose of this research was to examine the history and background of the folk healer. The body of knowledge on Folk healing - illness explanation and healing process for URI ( Upper respiratory infection ) and DI ( Diarrhea ) disease, illness beliefs and explanations in villagers,. modern physicians and Thai Traditional Healers viewpoints and also examines factors influencing the survival of the folk healer for URI and DI disease Treatment. Data was gathered from a folk healer, 60 parents of URI and DI patients, 2 Thai Traditional Healers and 3 modern physicians between November,. 1997 and April,. 1998 using qualitative approaches. The data indicates that the folk healer learned from his Father experience as a folk healer. The folk healer, the villagers and The Thai Traditional Healers believe the same thing, that URI and DI disease is caused by natural and supernatural factors and they also believe that the most appropriate treatment of this disease is Mandle Paint. Modern physicians believe that this disease is caused by bacteria and virus. And that patients can recover. They suggest that the Mandle Paint can heal the patients as well, if folk healers improve their sanitation process. However Mandle Paint should be avoided in babies. The research findings also revealed that factors influencing the survival of the role of the folk healer include: (1) The villagers beliefs about URI and DI disease are the same as the folk healers. (2) Mandle Paint can prevent and cure URI and DI disease as well as promote healthy children. (3) The nature of the service provided is appropriate for the villagers . (4) The services of the folk healer are inexpensive. (5) The acceptance level of the folk healer is very high. (6) Mandle Paint is the pattern of prevention, remedy and promotion of children health in Kuiburi subdistrict that the villagers have accepted for a long time.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-663-045-8
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 266 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ URI, DI DISEASE, FOLK HEALER, THAI TRADITIONAL HEALER, กระพั้น, หละ, ซาง, หมอกวาดยา, หมอแผนโบราณ
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.