รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ หน้าทับเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ในการแสดงโขน
PLENG NAPAT RHYTHMIC STYLE IN KHON : THAI TRADITIONAL MASKED PLAY
ชื่อนิสิต ถาวร หัสดี
Thaworn Hassadee
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์ กศ บ กศ ม ศศ ม อ อนรรฆ จรัณยานนท์ ค บ M M อ พินิจ ฉายสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ
Narongchai Pidokrajt B Ed M Ed M A Anak Charanyananda B Ed MM Pinit Chaisuwon NATIONAL ARTIST
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (ดนตรี)
Master. Arts (Music)
ปีที่จบการศึกษา 2543
บทคัดย่อ(ไทย) งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทความสำคัญของตะโพน โครงสร้าง และระบบเสียงของตะโพน รวมทั้งศึกษากระสวนจังหวะของมือตะโพนกับไม้กลอง ที่โบราณจารย์ ได้บัญญัติไว้เป็นรูปแบบเฉพาะของหน้าทับเพลงหน้าพาทย์สำหรับใช้บรรเลงประกอบการแสดงโขน เพลงหน้าพาทย์ที่นำมาศึกษาในงานวิจัยฉบับนี้ทำการศึกษาจากเอกสารและข้อมูลภาคสนามจำนวน 24 เพลง ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับการเดินทางทั้งสิ้น ผลจากการวิจัยพบว่า ความสำคัญของตะโพนในวงดนตรีไทยนั้น นอกจากมีบทบาทในฐานะเป็นสัญลักษณ์แทน ดุริยเทพ คือพระปรคนธรรพที่วงการศิลปินล้วนให้ความเคารพบูชาเพื่อความเป็นมงคลแล้ว ตะโพนยังมีบทบาทในฐานะเป็นหลักสำคัญของการบรรเลงและการร่ายรำเพลงหน้าพาทย์ โครงสร้างของตะโพน-กลองทัด มีขั้นตอนการสร้างเป็นแผนเฉพาะที่แฝงไว้ด้วย พิธีกรรมอันเกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา หน้าทับตะโพนและไม้กลองเพลงหน้าพาทย์เกี่ยวกับการเดินทางนั้น สามารถจำแนกออก เป็นกลุ่มตามลักษณะของหน้าทับได้ 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มเพลงที่ใช้หน้าทับวนซ้ำแบบ ไม่มีมือบากเสียง กลุ่มที่ 2 กลุ่มเพลงที่ใช้หน้าทับวนซ้ำแบบมีมือบากเสียง มีไม้เดิน และมีมือบากแสดงการหมดท่อน / ตัว ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มเพลงที่ใช้หน้าทับเสมออัน เป็นเพลงที่มีลักษณะทำนองตายตัว ผลของการวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหน้าทับเพลงหน้าพาทย์ ที่ตะโพน และกลองทัดเป็นผู้บรรเลงกำกับจังหวะ และเป็นผู้เชื่อมโยงความรู้สึกทั้งของผู้แสดง ผู้ชม รวมทั้งนักดนตรีให้เกิดจินตนาการร่วมกัน ในการวิเคราะห์หน้าทับพบว่าได้มีการใช้ส่วน ย่อยของจังหวะแบบต่าง ๆ นำมาผูกร้อยเรียงกันให้เกิดเป็นกระสวนจังหวะของแต่ละหน้าทับ อย่างมีกฎเกณฑ์อันเป็นแบบแผนเฉพาะ ลักษณะดังกล่าวทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างของเพลง หน้าพาทย์ทั้ง 24 เพลง กำหนดกรอบแนวคิดของการจำแนกประเภทเพลงหน้าพาทย์ออกตามลักษณะ ของหน้าทับ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการศึกษาวิเคราะห์เพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ใน ความหมายอื่นที่นอกเหนือจากการแสดงโขนสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อไป
บทคัดย่อ(English) The purposes of this study were to identify the roles, structures and sounds of the Tapone, and to study the rhythmic pattern of the Tapone and the Klongthad. In this thesis, Ethnomusicological methodology was employed. Twenty-four songs of masked plays were selected to study. Ethnographical data was collected through documentary and field research. The study shows that the Tapone plays its signification roles on the Thai musician belief system, controlling musical tempo, signaling to start the following continuous section of song of Pi-Pat Ensemble accompanying the masked play, and fomulating the formal structure of songs particularly in the Na-pat style. Three groups of the Tapones rhythmic styles are characterized by its range of performing ability: 1) rhythmic styles repeated without linkage, 2) rhythmic styles repeated with linkage, continuing tempo and then shows the end of the songs section, 3) rhythmic style is called Sa-mer. In summary, among Thai musician society, the Tapone is still utilized as the important musical instrument in Thai music performance and plays its significant role on Thai musical culture in spite of westernization impacted on the present rapidly changed society.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ ANALYSIS, THAI TRADITIONAL MASKED PLAY, PLENG NAPAT, RHYTHMIC STYLE OFF TAPONE-KLONGTHAD, การวิเคราะห์, การแสดงโขน, เพลงหน้าพาทย์, หน้าทับตะโพน-กลองทัด
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.