รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การศึกษาเปรียบเทียบผลการทดสอบด้านกระบวนการรับรู้ทางสายตา ระหว่างเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนกับเด็กปกติ
THE COMPARISON OF VISUAL PROCESSING ABILITY BETWEEN LEARNING DISABILITIES AND NORMAL CHILDREN
ชื่อนิสิต มานิกา วิเศษสาธร
Manika Wisessathorn
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์, Ph.D.ขนิษฐา สันติกูล, วท.ม.
Sucheera Phattharayuttawat, Ph.D. Kanitha Santikul, M.Sc.
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. วิทยาศาสตร์ (จิตวิทยาคลินิก)
Master. Science (Clinical Psychology)
ปีที่จบการศึกษา 2546
บทคัดย่อ(ไทย) การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลการทดสอบด้านกระบวนการรับรู้ทางสายตา (Visual Processing) ที่พิจารณาจากผลการทดสอบด้วยแบบทดสอบ Visual - Motor Integration 3('rd) Revision (VMI 3('rd) Revision) และแบบทดสอบ Test of Visual - Perceptual Skills (Non-Motor) - Revised (TVPS: NM-R) ในเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนกับเด็กปกติ ในการวิจัยครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน ซึ่งพิจารณาจากบุคคลที่มีอายุระหว่าง 6 -18 ปี เป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น LD. หรือเมื่อทำแบบคัดกรอง Nonverbal Learning Disabilities Scale แล้วพบว่า มีลักษณะ LD. รวมไปถึงเป็นผู้ที่ผ่านการทำแบบทดสอบเชาว์ปัญญาแล้ว พบว่า ไม่อยู่ในกลุ่ม Mental Retardation และมีคะแนนในด้าน Performance IQ ต่ำกว่า Verbal IQ จำนวน 30 คน ในจำนวนนี้ มีกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเพศชายจำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 53.33 และเพศหญิง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 46.67 และกลุ่มเด็กปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน กล่าวคือ มีอายุ เพศ และระดับการศึกษาในลักษณะเดียวกัน จำนวน 30 คน การวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่วัดได้จากแบบทดสอบทั้งสองคำนวณโดยใช้สถิติ t-test โดยถือความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 เป็นเกณฑ์ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่วัดได้จากแบบทดสอบ VMI 3('rd) Revision และแบบทดสอบ TVPS:NM-R ระหว่างเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนกับเด็กปกติ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 จากการวิจัยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า แบบทดสอบ VMI 3('rd) Revision และแบบทดสอบTVPS:NM-R สามารถนำมาใช้เป็นแบบทดสอบวัดกระบวนการรับรู้ทางสายตา เพื่อแยกเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนออกจากเด็กปกติได้ นอกจากนี้ ทั้งสองแบบทดสอบยังเป็นแบบทดสอบที่มีความเป็นมาตรฐานสามารถวัดได้ครอบคลุม และนำมาใช้ได้กับหลายช่วงอายุ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้สามารถตรวจพบถึงความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก หรือสามารถค้นหาความผิดปกติได้ในเด็กที่มีอายุมากขึ้น จึงน่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินประกอบการวินิจฉัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหาแนวทางหรือกิจกรรมในการส่งเสริมความสามารถของเด็กได้ต่อไป
บทคัดย่อ(English) The objective of this research was to study test performance and compare mean score of visual processing ability which was assessed by VMI 3('rd) Revision and The TVPS:NM-R between children with learning disabilities and normal ones. The sample subjects were divided into 2 groups, that is, the group of LD children whose age ranged from 6 to 18 years old with a psychiatrist's diagnosis as LD and/or who had some characteristics of LD as shown from The Nonverbal Learning Disabilities Scale, who showed no mental retardation as measured from the Intellectual Test and who gotlower scores on Performance IQ than Verbal IQ. The number of subjects in this LD group was 30 who were 16 males (53.33%) and 14 females (46.67%). The other 30 children were in the group of normal children whose age, sex and educational level were matched with the LD group. All obtained data are analyzed by using t-test at the statistically significant level of .001 The results of this study revealed that the mean score of VMI 3('rd) Revision and The TVPS:NM-R between LD and normal children were significantly different at the level of .001. These findings revealed that the VMI 3('rd) Revision and The TVPS: NM-R can be effective tests to evaluate visual processing ability. The test outcomes can be useful to separate children with LD from normal ones. In addition, both tests are standardized, useful for a wide range of ages and cover many dimensions. So, these might be alternative test instruments for efficient evaluation of LD children at both early and later stages in order that their disabilities be determined as they are growing up. This can help decide the appropriate line of intervention or remedy.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์ 80 P.
ISBN 974-04-4629-9
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ COMPARISON, VISUAL PROCESSING, LEARNING DISABILITIES
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.