รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ เปรียบเทียบรายได้และต้นทุนงานบริการ ของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ปีงบประมาณ 2544-2545
COMPARISON OF REVENUES AND COSTS OF SERVICES AT CHAOPRAYAYOMMARAJ HOSPITAL IN FISCAL YEAR 2001-2002
ชื่อนิสิต ธนา จันทร์สโรภาศ
Thana Jansaropas
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพชรรัตน์ พงษ์เจริญสุข Ph D สมใจ นครชัย ภ ม ศราวุฒิ ตั้งศรีสกุล พ บ
Petcharat Pongcharoensuk Ph D Somjai Nakornchai M S Sarawut Tungsrisakul M D
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol Univerisity. Bangkok. (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. เภสัชศาสตร์ (บริหารเภสัชกิจ)
Master. Scence in Pharmacy (Pharmacy Administration)
ปีที่จบการศึกษา 2545
บทคัดย่อ(ไทย) วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือ การคิดค้นทุนต่อหน่วยของการบริการ และการ เปรียบเทียบรายได้และต้นทุนในการให้บริการของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ปีงบประมาณ 2544-2545 ต้นทุนต่อหน่วยในการให้บริการในปี 2544 ใช้การวิเคราะห์ต้นทุนวิธีมาตรฐาน ในปี 2545 ต้นทุนดำเนินการต่อหน่วยใช้การวิเคราะห์ต้นทุนวิธีลัด หลังจากนั้นรายได้ และต้นทุนจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันในแต่ละกลุ่มกลไกการจ่ายเงิน ผลการวิเคราะห์ต้นทุนโดยวิธีมาตรฐานแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนรวมในปี 2544 คือ 404.27 ล้านบาท สัดส่วนของ LC:MC:CC คือ 42:49:9 ต้นทุนค่าแรง, ต้นทุนค่าวัสดุ, และต้นทุนค่าลงทุน คือ 169.41, 198.90, และ 35.97 ล้านบาท ตามลำดับ ต้นทุนค่ายา มีสัดส่วนที่สูงในต้นทุนค่าวัสดุ คือ 50.44 เปอร์เซ็นต์ หรือ 100.32 ล้านบาท ต้นทุน ดำเนินการเฉลี่ยต่อหน่วย (ไม่รวมต้นทุนค่าลงทุน) คือ 368.26 บาท ต่อครั้งผู้ป่วยนอก, 8,736.05 บาทต่อรายผู้ป่วยใน, และ 1,518.51 บาทต่อวันนอนผู้ป่วยใน ค่ายาเฉลี่ยคือ 188.88 บาทต่อครั้งผู้ป่วยนอก หรือ 51.29 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนดำเนินการผู้ป่วยนอก และสำหรับงานบริการผู้ป่วยใน ต้นทุนค่ายาเฉลี่ยคือ 1,317.18 บาทต่อราย และ 228.95 บาทต่อวันนอน หรือ 15.08 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนดำเนินการผู้ป่วยใน จากการคิด ต้นทุนวิธีลัดในปี 2545 ต้นทุนดำเนินการต่อหน่วยคือ 394.62 บาทต่อครั้งผู้ป่วยนอก และ 9,360.43 บาทต่อรายผู้ป่วยใน ต้นทุนในการให้บริการตามกลไกการจ่ายเงินแสดงให้เห็นว่า สวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ (และครอบครัว) มีมูลค่าของต้นทุน ต่อหน่วยสูงที่สุด และกลุ่มที่จ่ายเงินเองมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำที่สุด ในปีงบประมาณ 2544 ต้นทุนทั้งหมดสูงกว่ารายได้อยู่ 2.52 ล้านบาท แต่ในปี 2002 มีรายได้มากกว่า ต้นทุนอยู่ 1.85 ล้านบาท จากปี 2544 ถึงปี 2545 รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยที่จ่ายเงินเอง ลดลง ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยที่ใช้สวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ (และครอบครัว) เพิ่มขึ้น ผลการศึกษานี้ทำให้ได้ข้อเสนอแนะว่าโรงพยาบาลควรคำนึงถึงการลดต้นทุนและ การเพิ่มรายได้ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาของคนไข้ในแต่ละกลุ่มกลไก การจ่ายเงิน ควรมีการปรับราคาในการให้บริการผู้ป่วยที่สอดคล้องกับข้อมูลต้นทุน ระบบ ข้อมูลข่าวสารของโรงพยาบาลควรมีการปรับปรุงเพื่อเก็บข้อมูลที่จำเป็นในการวิเคราะห์ ทางด้านการเงิน
บทคัดย่อ(English) The objectives of this study were to determine the unit costs of services and to compare revenues and costs of services at Chaoprayayommaraj Hospital in the fiscal year 2001-2002. Unit costs of services in FY2001 were determined by the traditional method. In FY2002, unit operating costs were determined by the quick method. After that, revenues and costs of services were compared within the same payment mechanism. Results from the traditional method show that the total cost in FY2001 is 404.27 million baht. The ratio of LC:MC:CC is 42:49:9. Labor costs, material costs, and capital costs are 169.41, 198.90, and 35.97 million baht, respectively. Drug cost is the major proportion in material cost, 50.44 percent or 100.32 million baht. The average unit operating costs (excluding capital cost) are 368.26 baht per outpatient visit, 8,736.05 baht per inpatient case, and 1,518.51 baht per inpatient day. The average drug costs are 188.88 baht per outpatient visit or 51.29 percent of outpatient operating cost, and for inpatient services, average drug costs are 1,317.18 baht per case and 228.95 baht per day or 15.08 percent of inpatient operating cost. From the quick method in FY2002, unit operating costs are 394.62 baht per outpatient visit and 9,360.43 baht per inpatient case. Costs of services by payment mechanism show that CSMBS/State enterprise (and family) has the highest unit cost, and out-of-pocket payment has the lowest unit cost. In the fiscal year 2001, overall costs are 2.52 million baht higher than revenues, but in 2002 overall revenues are 1.85 million baht higher than costs. From FY2001 to FY2002, revenues from out-of-pocket payment were decreased, while revenues from CSMBS/State enterprise (and family) were increased. These results suggest that the hospital should be concerned about cost saving and revenue increasing. More studies about drug use in each payment mechanism should be done. Price setting for patient services should be readjusted, based on cost information. The information system should be improved for collecting necessary data for hospital financial analysis.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-04-2804-5
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 149 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ UNIT COST, REVENUE, COMPARISON, PATIENT SERVICE, HOSPITAL, PAYMENT MECHANISM
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.