รายละเอียดวิทยานิพนธ์
ชื่อวิทยานิพนธ์ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการฝึกโสตประสาทในรายวิชาปฏิบัติศิลป์สากล 1 ของนักเรียนชั้นต้นปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลป ระหว่างการสอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนอง กับการสอนแบบปกติ
A COMPARISON OF ACADEMIC ACHIEVEMENT OF EAR-TRAINING IN THE COURSE OF MUSIC SKILL I BETWEEN SEPARATE RHYTHM AND MELODY METHODOLOGY AND COMBINATION METHODOLOGY FOR MATTAYOMSUKSA 1, DRAMATIC ARTS COLLEGE
ชื่อนิสิต เอกลักษณ์ เล้าเจริญ
Akkalux Laocharoen
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ ศักดิ์ชัย หิรัญรักษ์ ศศ บ ศศ ม อ สุกรี เจริญสุข กศ บ M M E D A (Music) อ อนรรฆ จรัณยานนท์ ค บ M M อ วณี ลัดดากลม กศ บ ศศ ม
Sakchai Hirunrak B A M A Sugree Charoensook B Ed M M E D A (MUSIC) Anak Charanyananda B Ed M M Wanee Luddaklom B Ed M A
ชื่อสถาบัน มหาวิทยาลัยมหิดล. บัณฑิตวิทยาลัย
Mahidol University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชา วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (ดนตรี)
Master. Arts (Music)
ปีที่จบการศึกษา 2543
บทคัดย่อ(ไทย) การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการ ฝึกโสตประสาท ในรายวิชาปฏิบัติศิลป์สากล 1 ของนักเรียนชั้นต้นปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลประหว่าง การสอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนอง กับการสอนแบบปกติ ตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนสาขาดุริยางค์สากลและคีตศิลป์สากลชั้นต้น ปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลป ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2543 จำนวน 48 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างโดย การจับฉลากกลุ่มละ 24 คน คือกลุ่มทดลองดำเนินการสอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนอง กับกลุ่มควบคุม ดำเนินการสอนแบบปกติ ระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการทดลองกลุ่มละ 10 คาบ คาบละ 50 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบการปฏิบัติจังหวะ ร้องโน้ต และบันทึกทำนอง ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการปฏิบัติจังหวะและการร้องโน้ต ระหว่าง กลุ่มที่สอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนอง กับกลุ่มที่สอนแบบปกติ มีความแตกต่างอย่าง มีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยกลุ่มทดลองที่สอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนองมีผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่สอนแบบปกติ ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการ บันทึกทำนอง ระหว่างกลุ่มที่สอนแบบแยกกระสวนจังหวะและทำนอง กับกลุ่มที่สอนแบบปกติ ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
บทคัดย่อ(English) The purpose of this research was to study the level of academic achievement of Ear - training in the course of Music Skill I, Mattayomsuksa 1, Dramatic Arts College, using 2 different methodologies. The 2 methodologies compared were "separate rhythm and melody methodology" and "combination methodology". The population for this work was the first semester of beginner level 1 students at Dramatic Arts College, academic year 2000. The sample group was 48 beginner level 1 students who majored in western music performance and western vocal performance. They were randomly selected and divided into two groups, with 24 students per group. The experimental group was taught by separate rhythm and melody methodology and the control group was taught by the combination methodology. The sampled sessions were ten periods long, and lasted fifty minutes per period. The instruments for collecting data were the progressive tests of rhythm, sight singing and dictation. The results of this research were that the efficiency of rhythm clapping and sight singing between the experimental group and the control group were statistically different at .05 significance. The efficiency of learning of the experimental group is higher than the control group. The efficiency of the dictation test between the experimental group and the control group are statistically not different at .05 significance.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์ 974-665-415-2
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN 190 P.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ COMPARISON, ACADEMIC ACHIEVEMENT, EAR - TRAINING, การเปรียบเทียบ, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, การฝึกโสตประสาท
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง




เว็บไซต์นี้ใช้งานคุกกี้ ในการใช้งานสามารถใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
เว็บไซต์นี้จะมีเก็บค่าคุกกี้ เพื่อให้การใช้งานเว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างความราบรื่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงขอให้ท่านรับรองว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจนโยบายการใช้งานคุกกี้
Accept
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | ข้อกำหนดและนโยบายการให้บริการเว็บไซต์
© 2009 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ All Rights Reserved.